
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 “ทราย สก๊อต” พร้อมด้วย อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เดินทางมายังศาลตามนัดไกล่เกลี่ยคดีที่กำลังเป็นที่จับตาของสังคม ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนจำนวนมาก โดยฝ่ายคู่กรณีซึ่งเป็นมารดาไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง เนื่องจากมีรายงานว่ามีอาการเครียดสะสม
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการไกล่เกลี่ย อาจารย์ปานเทพและทรายได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยระบุว่ารายละเอียดภายในชั้นศาลยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา และศาลได้กำชับห้ามเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ พร้อมนัดหมายคู่ความเข้าสู่กระบวนการอีกครั้งในวันที่ 16 มิถุนายนนี้
อย่างไรก็ตาม ทรายเปิดใจถึง 2 ประเด็นสำคัญที่มองว่าเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในครอบครัว และเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนต้องเผชิญคดีในวันนี้ ได้แก่ เรื่อง “สัญญาปิดปาก” และ “พินัยกรรม”
ทรายเล่าย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2023 ว่า หลังจากตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวการถูกพี่เลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ รวมถึงข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับคนในครอบครัว สิ่งที่ตนคาดหวังคือความเข้าใจและการเยียวยาจากคนใกล้ชิด แต่กลับได้รับข้อเสนอในรูปแบบของสัญญาที่มีมูลค่าปีละ 5 ล้านบาท
ตามคำกล่าวอ้างของทราย สัญญาดังกล่าวมีเงื่อนไขสำคัญให้ผู้รับสัญญาไม่กระทำการใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตระกูล โดยเจ้าตัวระบุว่า เงินไม่สามารถทดแทนความรัก ความเข้าใจ หรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้ พร้อมนำสำเนาสัญญามาแสดงต่อสื่อมวลชน ก่อนฉีกทำลายต่อหน้าผู้สื่อข่าว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าตนจะไม่ยอมถูกปิดปากอีกต่อไป
ทรายยังเปิดเผยอีกว่า ภายหลังจากที่นำเรื่องดังกล่าวออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ ทางครอบครัวได้ยุติการจ่ายเงินตามสัญญาดังกล่าวตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นมา
นอกจากประเด็นสัญญาแล้ว อีกเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจให้กับเจ้าตัวคือการค้นพบพินัยกรรมของคุณตาและคุณยายเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งระบุยกทรัพย์สินบางส่วนให้แก่ตนโดยที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางไปตรวจสอบทรัพย์สินภายในตู้เซฟที่เชื่อว่าเป็นทรัพย์ที่ผู้ล่วงลับตั้งใจมอบให้ กลับพบว่าทรัพย์สินจำนวนหนึ่งสูญหายไป เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้อย่างชัดเจน แต่เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อไป
ช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ ทรายกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า แม้แต่อัฐิของคุณตาและคุณยาย ตนเองก็ยังไม่มีโอกาสได้เก็บรักษาไว้เพื่อระลึกถึงผู้มีพระคุณ โดยมองว่าพินัยกรรมที่ค้นพบคือสิ่งสุดท้ายที่ท่านทั้งสองทิ้งไว้ให้
“จากวันนี้ไป ไม่ว่าใครจะมีเงินมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครสามารถใช้เงินซื้อเสียงหรือปิดปากผมได้อีก” ทรายกล่าวทิ้งท้าย ท่ามกลางความสนใจของสังคมที่กำลังจับตาความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด ก่อนถึงนัดไกล่เกลี่ยครั้งต่อไปในวันที่ 16 มิถุนายน 2569
