
กทม. จับมือเซ็นทรัลพัฒนาโชว์ผลสำเร็จ “โครงการกรุงเทพฯ ตรวจสุขภาพฟรี ซีซัน 2” ยอดสะสมทั่วเมืองทะลุ 1.11 ล้านคน พร้อมลุยตรวจเชิงลึกด้วย AI
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความสำเร็จของ “โครงการกรุงเทพฯ ตรวจสุขภาพฟรี ซีซัน 2” ซึ่งกรุงเทพมหานครร่วมมือกับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายตรวจสุขภาพประชาชน 1 ล้านคนอย่างต่อเนื่อง มุ่งส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุขแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามการให้บริการและเยี่ยมให้กำลังใจทีมแพทย์และบุคลากร ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สำหรับการจัดหน่วยบริการตรวจสุขภาพระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา 7 แห่ง ประกอบด้วย เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พาร์ค, เซ็นทรัล พระราม 9, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เอสพลานาด รัชดาภิเษก, เซ็นทรัล พระราม 3 และเซ็นทรัล พระราม 2 รวมถึงหน่วยบริการที่จัดเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้อีก 4 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล บางนา และเซ็นทรัล รามอินทรา ปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีประชาชนเข้ารับบริการรวมกว่า 20,020 คน ส่งผลให้ภาพรวมโครงการคาราวานตรวจสุขภาพตั้งแต่เริ่มดำเนินงานจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 มียอดผู้เข้ารับบริการสะสมทะลุเป้าหมายไปแล้วกว่า 1,115,000 คน

ด้านสำนักการแพทย์ ได้จัดเตรียมทีมแพทย์และบุคลากรจากโรงพยาบาลในสังกัด ร่วมออกหน่วยตรวจคัดกรองโรคอย่างครอบคลุมตามช่วงวัยและกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ช่วงอายุ 15–34 ปี ตรวจสัญญาณชีพ ประเมินสุขภาพจิตและความเครียด คัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะน้ำหนักเกิน เจาะเลือดตรวจระดับน้ำตาลและความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) และเอกซเรย์ปอด ส่วนอายุ 35 ปีขึ้นไป ตรวจคัดกรองโรคหัวใจและหลอดเลือด ตรวจไขมันในเลือด การทำงานของไตและตับ รวมถึงตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) พร้อมรายการตรวจพิเศษตามความเสี่ยง เช่น คัดกรองมะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ และไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี

ขณะที่ นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า การตรวจสุขภาพเชิงป้องกันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชนจำนวนมากไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อน ทำให้ไม่ทราบความผิดปกติ การคัดกรองจึงช่วยให้พบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและรักษาทันท่วงที โดยที่ผ่านมาเคยพบผู้เข้ารับบริการมีภาวะปอดยุบไปข้างหนึ่ง ซึ่งทีมแพทย์สามารถประสานส่งต่อเพื่อรักษาฉุกเฉินได้ทันเวลา นอกจากนี้ กทม. ยังนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยอ่านผลฟิล์มเอกซเรย์ปอด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพค้นหาสัญญาณมะเร็งปอดระยะเริ่มต้น โดยได้รับสนับสนุนจากบริษัท AstraZeneca, สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ และประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สำหรับผู้ที่ตรวจพบความผิดปกติ สามารถนำผลตรวจไปพบแพทย์ประจำตัวหรือเลือกใช้บริการโรงพยาบาลในสังกัด กทม. โดยนัดหมายผ่านแอปพลิเคชัน “หมอ กทม.” หรือสอบถามข้อมูลที่ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพเวชศาสตร์เขตเมือง (UMSC) พร้อมกันนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ฝากย้ำเตือนประชาชนไม่ให้หลีกเลี่ยงการตรวจเพราะกลัวพบโรค พร้อมเชิญชวนให้ใส่ใจสุขภาพ ทั้งนี้ แม้กิจกรรมพิเศษตามศูนย์การค้าทั้ง 7 แห่งจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ประชาชนยังสามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพฟรีได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กทม. ทุกแห่ง โดยไม่ต้องรอจัดกิจกรรม เพียงแค่นำบัตรประชาชนมาแสดง (ผู้พักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถรับบริการได้ปีละ 1 ครั้ง) งดอาหารและเครื่องดื่ม 8–10 ชั่วโมงก่อนตรวจ และสามารถตรวจสอบกำหนดการจุดบริการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Health Map ของ กทม. (healthmap.bangkok.go.th)

