“น.รินี”นั่งนายกสมาคมนักข่าวฯ อีกสมัยลั่นกาง 3 เสาหลัก ปักธงปกป้องเสรีภาพสื่อ

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ประชุมใหญ่ประจำปีของ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มีมติเลือก น.ส.น.รินี เรืองหนู จาก หนังสือพิมพ์มติชน ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ต่ออีกสมัย ท่ามกลางความคาดหวังของสมาชิกที่ต้องการเห็นบทบาทองค์กรวิชาชีพเข้มแข็งขึ้นในห้วงเวลาที่สื่อมวลชนเผชิญแรงกดดันรอบด้าน

ผลการเลือกตั้งยังได้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ อาทิ นายชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม จาก บางกอกโพสต์ นั่งอุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ควบเลขาธิการสมาคมฯ ขณะที่นายอนุชา เจริญโพธิ์ จากบางกอกโพสต์ รับตำแหน่งอุปนายกฝ่ายต่างประเทศ นายธนพล บางยี่ขัน จาก ไทยพีบีเอส เป็นอุปนายกฝ่ายวิชาการ น.ส.สาวณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า จาก ประชาชาติธุรกิจ ดูแลงานสวัสดิการและสมาชิกสัมพันธ์ และนายวรพล เพชรสุทธิ์ จาก เดลินิวส์ รับผิดชอบกิจกรรมพิเศษและพัฒนาศักยภาพสื่อ

ตำแหน่งเหรัญญิกเป็นของนางจินตนา จันทร์ไพบูลย์ จาก สยามรัฐ ส่วนนายทะเบียนคือ น.ส.ณัฐพร รุจิวรรณ์ จาก บ้านเมือง พร้อมทีมรองเลขาธิการจากหลายสำนักข่าว อาทิ กรุงเทพธุรกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, ฐานเศรษฐกิจ และ ผู้จัดการ สะท้อนภาพการรวมพลังของคนข่าวต่างสังกัด

ด้านคณะกรรมการจริยธรรมวิชาชีพ ประกอบด้วยผู้แทนจาก ซิงจงเอี๋ยน, อีคอนนิวส์, สยามรัฐ, ผู้จัดการ และบ้านเมือง ทำหน้าที่กลไกค้ำจุนมาตรฐานจริยธรรมในยุคที่ความน่าเชื่อถือของสื่อถูกตั้งคำถามหนักหน่วง

น.ส.น.รินี กล่าวภายหลังรับตำแหน่งว่า รู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณสมาชิกที่มอบความไว้วางใจ พร้อมประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้ “3 เสาหลัก” ตลอดวาระ 2 ปีข้างหน้า

เสาหลักแรก คือ การปกป้องสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชน ยืนยันจะทำหน้าที่เป็นปราการสำคัญให้สมาชิกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระและปลอดภัย

เสาหลักที่สอง คือ การดูแลสวัสดิการ สร้างหลักประกันและความมั่นคงให้ผู้ปฏิบัติงานข่าวในทุกมิติ

เสาหลักที่สาม คือ การพัฒนาศักยภาพ ยกระดับทักษะและองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อรับมือภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลและการแข่งขันที่รุนแรง

อีกภารกิจที่ถูกจับตา คือ แผนย้ายที่ทำการสมาคมฯ กลับสู่อาคารถาวร หลังจากย้ายสำนักงานไปยังที่ทำการชั่วคราวมาระยะหนึ่ง โดยตั้งเป้ากลับเข้าใช้อาคารเดิมราวเดือนตุลาคม 2570 ระหว่างนี้คณะกรรมการบริหารเตรียมจัดกิจกรรมระดมทุน เพื่อบูรณะและปรับปรุงสถานที่ให้พร้อมรองรับการใช้งานขององค์กรวิชาชีพสื่อทุกแขนง

การกลับสู่ “บ้านถาวร” ไม่ใช่เพียงการย้ายสถานที่ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของการรวมพลังและฟื้นความเข้มแข็งของวิชาชีพ ในห้วงเวลาที่สังคมเฝ้ามองบทบาทสื่ออย่างใกล้ชิด และอนาคตของเสรีภาพสื่อยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องพิสูจน์ด้วยการลงมือทำจริง