ยาอิมครานิบ 100 ถึงมือ สปสช.แล้วเดินหน้าช่วยผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ได้พระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” จำนวน 690,000 เม็ด เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2569 ภายใต้ “โครงการยารักษาโรคมะเร็งเฉลิมพระเกียรติ 69 พรรษา” ให้แก่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อส่งต่อโอกาสในการรักษาแก่ผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศ

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินการผลิตและส่งมอบยาล็อตแรกเข้าสู่ศูนย์กระจายยาขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายยาหลักของ สปสช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำยานวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงเข้าสู่ระบบสาธารณสุขของประเทศ

ทั้งนี้ กระบวนการจัดเก็บและขนส่งยาทั้งหมดดำเนินการภายใต้มาตรฐาน GDP (Good Distribution Practice) อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของยาให้คงอยู่สูงสุดจนถึงมือผู้ป่วย

หลังจากนี้ องค์การเภสัชกรรมจะรับหน้าที่กระจายยา “อิมครานิบ 100” ไปยังโรงพยาบาลและหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ ตามแผนบริหารจัดการของ สปสช. เพื่อให้ประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถเข้าถึงยารักษาโรคมะเร็งที่ทันสมัยได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

สำหรับ “อิมครานิบ 100” เป็นยารักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Tyrosine Kinase ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ช่วยควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดผลข้างเคียงเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเคมีบำบัดแบบดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวสามารถใช้รักษาโรคมะเร็งได้หลายชนิด อาทิ มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอล (CML) มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดฟิลาเดลเฟียบวก (Ph+ ALL) มะเร็งเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร (GIST) และมะเร็งผิวหนังชนิดหายาก (DFSP)

การส่งมอบยาล็อตแรกในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการส่งมอบยา หากแต่เป็นการส่งมอบ “ความหวัง” และ “โอกาสในการมีชีวิตที่ดีขึ้น” ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก สะท้อนพระปณิธานอันแน่วแน่ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุข และทำให้การรักษาที่ทันสมัยเข้าถึงคนไทยได้อย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ