
สะเทือนวงการราชการอย่างหนัก เมื่อ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ก่อนครบวาระเกษียณอายุราชการ ทั้งที่เดิมวางแผนจะอำลาตำแหน่งในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันครบอายุ 60 ปี
นายราเชน ยอมรับว่า เดิมตั้งใจลาออกตามกำหนดเพื่อให้มีคุณสมบัติครบในการรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตข้าราชการ แต่หลังหารือกับครอบครัว กลับตัดสินใจ “จบเส้นทางทันที” โดยให้มีผลวันที่ 23 มิถุนายน 2569
แม้จะไม่ขอขยายความถึงเหตุผลเชิงลึก โดยระบุเพียงว่า “เป็นเรื่องของผู้ใหญ่” และไม่ต้องการให้ประเด็นบานปลาย แต่สิ่งที่ทำให้สังคมจับตาอย่างหนัก คือการเปิดเผยถึง “ความผิดปกติ” ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายราเชน ระบุว่า มีบุคคลพยายามติดต่อเข้าพบหลายครั้งถึง 5–6 ครั้ง แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกลับไม่ปรากฏตัว กลับส่ง “คนอื่น” มาแทน พร้อมอ้างจะหารือเรื่องการซ่อมอากาศยานของหน่วยงาน ทั้งที่ไม่ใช่ผู้ที่นัดหมายโดยตรง ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่ามีบันทึกและหลักฐานครบถ้วน

ในอีกด้านหนึ่ง ประเด็นงบประมาณซ่อมบำรุงอากาศยานปี 2570 ซึ่งถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดนั้น นายราเชน ศิลปะรายะ ยืนยันว่า เป็นกระบวนการปกติของราชการ เนื่องจากหน่วยงานมีอากาศยานกว่า 30 ลำ และใช้งบประมาณซ่อมบำรุงปีละประมาณ 300 ล้านบาท บางรายการมีมูลค่าสูงถึง 30–40 ล้านบาท
“ซ่อมต้องซ่อมจริง เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตคน”นายราเชนย้ำ พร้อมยืนยันว่าทุกขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการตามระเบียบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
สำหรับกระแสการโยกย้ายตำแหน่งก่อนเกษียณ นายราเชน ระบุว่าเป็นนโยบายของผู้บริหารที่ต้องการปรับตำแหน่งให้เหมาะสมในช่วงใกล้เกษียณ พร้อมยืนยันว่าไม่ติดใจ และพร้อมปฏิบัติตามในฐานะข้าราชการมืออาชีพ แต่ การลาออกครั้งนี้ “ไม่ใช่เพราะความผิดหรือความด่างพร้อย” แต่เป็นการตัดสินใจส่วนตัว เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ และกลับไปดูแลครอบครัว หลังทุ่มเททำงานมาตลอดชีวิต
“ไม่อยากมีปัญหากับใคร อยู่ไม่ได้ก็ลาออก” คือคำยืนยันที่สะท้อนจุดยืนชัดเจน

ในประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารชุดใหม่ นายราเชน ศิลปะรายะ ยอมรับว่า เติบโตจากสายงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง เคยทำงานใกล้ชิดนักการเมืองหลายยุค จึงถูกมองว่าเป็น “คนของฝ่ายการเมือง” แต่ บทบาทของข้าราชการคือการสนองนโยบายภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารคนใด พร้อมยืนยันมี “เส้นแดง” ที่จะไม่ก้าวข้าม คือการไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย
นายราเชน ทิ้งประโยคที่กลายเป็นประเด็นร้อนว่า “ถ้าไม่ผิด แต่ยืนอยู่ไม่ได้ ก็ลาออก”
ท่ามกลางคำถามจากสังคมว่า เบื้องหลังการลาออกครั้งนี้ อาจมีอะไรมากกว่าที่เปิดเผยหรือไม่ ซึ่งยังคงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด
