
รศ.ชัชพล ไชยพร นักวิชาการศาสนาเชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม แถลงผลการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 4/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติ ปรับปรุงแนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและการเบิกถอนเงินของวัด จากมติเดิมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 หลังพบปัญหาและข้อขัดข้องในทางปฏิบัติ รวมถึงมีเสียงสะท้อนจากคณะสงฆ์ในหลายพื้นที่
การปรับปรุงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้สอดคล้องกับ สภาพภูมิศาสตร์และบริบทของวัดในแต่ละพื้นที่ โดย มส. เห็นชอบให้แก้ไขแนวปฏิบัติใน 5 ประเด็นสำคัญ
ประเด็นแรก วัดสามารถ เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารที่ตั้งอยู่ใกล้วัดได้ ไม่จำกัดเฉพาะธนาคารที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกับวัดเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากวัดบางแห่งตั้งอยู่ใกล้เขตจังหวัดอื่นมากกว่า ทำให้การดำเนินการทางการเงินสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ประเด็นที่สอง การระบุชื่อบัญชีเงินฝาก สามารถ ระบุวัตถุประสงค์ของบัญชีได้ เช่น “บัญชีวัด…เพื่อกิจกรรม…” แต่ ห้ามใช้ชื่อบุคคลเป็นวัตถุประสงค์ จากเดิมที่กำหนดให้ใช้ชื่อวัดเพียงอย่างเดียว
ประเด็นที่สาม เปิดทางให้วัดสามารถเลือก บัญชีแบบมีสมุดคู่ฝาก หรือแบบไม่มีสมุดคู่ฝาก (E-passbook) ได้ ตามความเหมาะสม จากเดิมที่บังคับใช้เฉพาะสมุดคู่ฝากเท่านั้น
ประเด็นที่สี่ วัดสามารถ ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำธุรกรรมออนไลน์ เช่น Internet Banking ได้ ภายใต้กฎเกณฑ์ของธนาคาร โดยการถอนเงินต้องเป็นไปตามเงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องมีผู้ลงนามอย่างน้อย 3 รูป/คน ได้แก่ เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร และบุคคลที่เจ้าอาวาสเห็นสมควร ทั้งนี้ มส. ระบุว่า แนวทางดังกล่าว ไม่ใช่ข้อบังคับ หากวัดใดประสงค์ใช้วิธีการถอนเงินแบบเดิมก็สามารถดำเนินการได้
ประเด็นสุดท้าย วัดที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตามมติ มส. ฉบับปรับปรุงนี้ ต้องเร่งแก้ไขและดำเนินการให้ถูกต้องตามแนวทางใหม่
นอกจากนี้ รศ.ชัชพล ยังย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า มส. ห้ามนำเงินวัดไปลงทุนโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกองทุน ประกันชีวิตส่วนบุคคล การเล่นหุ้น หรือการเทรดทองคำ โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็น ความผิดตามกฎหมายอาญา และเป็นการฝ่าฝืนจริยาพระสังฆาธิการ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ไม่ยาก
การปรับกติกาครั้งนี้ถูกจับตาว่าเป็นอีกหนึ่งความพยายามของ มส. ในการ ยกระดับความโปร่งใสและปิดช่องความเสี่ยงทางการเงินของวัด ท่ามกลางกระแสสังคมที่ให้ความสนใจการบริหารจัดการเงินวัดอย่างเข้มข้นในช่วงที่ผ่านมา
