รัฐบาลระดมกำลังช่วยคนไทยในอิหร่าน–อิสราเอลพาพลเมืองกลับบ้านให้เร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มขยายวงกว้าง พร้อมประกาศยกระดับมาตรการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะใน อิหร่าน และ อิสราเอล เป็นลำดับเร่งด่วน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง แต่มีคนไทยหลายหมื่นคนพำนักและทำงานอยู่ในภูมิภาคดังกล่าว ความปลอดภัยของคนไทยจึงเป็นภารกิจสูงสุดของรัฐบาลในเวลานี้ โดยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมอากาศยานเข้าปฏิบัติภารกิจรับคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง โดยเริ่มจากอิหร่านก่อน

พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อรวบรวมข้อมูล ประเมินความเสี่ยง และจัดทำแผนอพยพอย่างเป็นระบบ ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงรายงานสถานการณ์ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย เตรียมกำลังและทรัพยากรสนับสนุนเต็มศักยภาพ

“รัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้พี่น้องคนไทยปลอดภัย และได้เดินทางกลับมาตุภูมิโดยเร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรีระบุ พร้อมยอมรับว่าวิกฤติในตะวันออกกลางอาจส่งแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าในช่วงที่ประเทศกำลังฟื้นตัว รัฐบาลจะเร่งวางมาตรการลดผลกระทบและแสวงหาโอกาสท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีเชิญชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจ และอธิษฐานขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึง พระสยามเทวาธิราช และพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อคุ้มครองคนไทยในพื้นที่สู้รบให้ปลอดภัยจากภยันตราย

ท่ามกลางเงาควันแห่งสงคราม รัฐบาลไทยย้ำจุดยืนชัดเจนไม่ทอดทิ้งพลเมืองของตนเอง และจะเดินหน้าภารกิจช่วยเหลือจนกว่าคนไทยทุกคนจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย