สงกรานต์วันแรกเดือดดับ 20 ศพ จยย.ครองแชมป์อุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำวันที่ 10 เมษายน ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” โดยพบตัวเลขน่าห่วง เกิดอุบัติเหตุรวม 135 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 132 คน และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 20 ราย

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานแถลงผล ระบุว่า สาเหตุหลักของอุบัติเหตุยังคงเป็น “ขับรถเร็ว” คิดเป็นร้อยละ 37.78 รองลงมาคือ “ตัดหน้ากระชั้นชิด” ร้อยละ 22.96 สะท้อนพฤติกรรมเสี่ยงที่ยังไม่ถูกแก้ไขอย่างจริงจัง

ขณะที่ “รถจักรยานยนต์” ยังคงเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดถึงร้อยละ 70.49 โดยอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบน “ทางตรง” มากถึงร้อยละ 78.52 และเกิดบนถนนกรมทางหลวงเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด

ช่วงเวลาอันตรายที่สุดอยู่ระหว่าง 15.01 – 18.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเริ่มเดินทางหรือกลับจากทำงาน โดยกลุ่มผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสูงสุดกลับเป็น “ผู้สูงอายุ 60 – 69 ปี” คิดเป็นร้อยละ 18.42 สะท้อนความเปราะบางของกลุ่มวัยดังกล่าวบนท้องถนน

สำหรับพื้นที่เสี่ยง จังหวัดตรังและสงขลา มีจำนวนอุบัติเหตุสูงสุดจังหวัดละ 8 ครั้ง ขณะที่ตรังมีผู้บาดเจ็บมากที่สุด 9 คน ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี และสงขลา จังหวัดละ 2 ราย อย่างไรก็ตาม ยังมีถึง 59 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ด้านการป้องกัน ศปถ.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวด โดยเฉพาะการตั้ง “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” ใช้กลไกท้องถิ่นและอาสาสมัครเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมเดินหน้า “เคาะประตูบ้าน” ให้ความรู้ประชาชนอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยบนเส้นทาง ทั้งการติดตั้งไฟส่องสว่าง ป้ายเตือน และการจัดการจุดเสี่ยง เช่น เกาะกลางถนนและจุดกลับรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

ด้าน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการ ศปถ. เตือนว่า สภาพอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ อาจทำให้ผู้ขับขี่อ่อนเพลียและง่วงนอนได้ง่าย เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น แนะให้หยุดพักทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ ขณะที่ภาคใต้ต้องระวังฝนฟ้าคะนอง

ท้ายที่สุด ศปถ.ขอความร่วมมือประชาชน “ลดความเร็ว มีน้ำใจ เคารพกฎจราจร” เพื่อให้สงกรานต์ปีนี้ไม่จบลงด้วยความสูญเสีย พร้อมย้ำ หากเกิดเหตุสามารถแจ้งสายด่วน 1669, 1584, 1356 และ 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง