จากด่านสงครามสู่ประตูทองการค้า’โหย่วอี้กวาน’มรดกประวัติศาสตร์จีนพลิกโฉมรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ด่านโหย่วอี้กวาน เมืองเผิงเสียง ภายใต้การปกครองของนครฉงจั่ว เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง หลังรัฐบาลจีนเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ด่านชายแดนแห่งประวัติศาสตร์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ ควบคู่กับการยกระดับระบบศุลกากรและการตรวจคนเข้าเมืองให้มีความทันสมัยและปลอดภัย

ด่านโหย่วอี้กวาน หรือ “ด่านมิตรภาพ” ถือเป็นด่านสากลทางบกที่ใหญ่และสำคัญที่สุดระหว่างจีนและเวียดนาม ตั้งอยู่ตรงข้ามกับด่านหูหงิ จังหวัดลางเซิน ประเทศเวียดนาม ปัจจุบันได้รับการขนานนามว่าเป็น “ประตูสู่อาเซียน” ของจีน และยังเป็นประตูหลักในการขนส่งและส่งออกผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีน ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลในแต่ละปี

นางหวง หยวน เจ้าหน้าที่ศูนย์การสื่อสารต่างประเทศ สถานีวิทยุและโทรทัศน์กว่างซี เปิดเผยว่า ด่านโหย่วอี้กวานได้รับการจัดอันดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 4A ของประเทศจีน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองระดับชาติ อีกทั้งยังเป็นด่านชายแดนเพียงแห่งเดียวในบรรดา 9 ด่านโบราณอันยิ่งใหญ่ของจีน ที่ยังคงเปิดใช้งานในฐานะด่านศุลกากรและด่านพรมแดนระหว่างประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

“ด่านแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เดิมมีชื่อว่า ‘ด่านยงจี’ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ‘ด่านเจิ้นหนาน’ ในสมัยราชวงศ์หมิง และได้รับการเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น ‘โหย่วอี้กวาน’ หรือด่านมิตรภาพ ในปี ค.ศ.1965 ส่วนป้อมปราการที่เห็นในปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2500 โดยคำว่า ‘โหย่วอี้กวาน’ ที่ปรากฏบนป้อมเป็นลายมือของจอมพลเฉินอี้ หนึ่งในบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีน” นางหวงกล่าว

ปัจจุบันบริเวณด่านได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามและโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม โดยยังคงมาตรฐานความเข้มงวดด้านศุลกากรและการตรวจคนเข้าเมืองไว้อย่างครบถ้วน ภายในพื้นที่ประกอบด้วยอาคารป้อมปราการด่านมิตรภาพอันสง่างาม ฐานปืนใหญ่บนภูเขาทอง อาคารสำนักงานสไตล์ฝรั่งเศสโบราณ หลักกิโลเมตรที่ 0 ของพรมแดนจีน-เวียดนาม และสุสานทหารต้าซิง ซึ่งเป็นสถานที่รำลึกถึงผู้เสียสละในเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีน

ด่านแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญหลายช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะที่ด่านเจิ้นหนานในสงครามจีน-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ.1885 การปฏิวัติต่อต้านราชวงศ์ชิงของซุนยัตเซ็นในปี ค.ศ.1907 และการปลดปล่อยภูมิภาคกว่างซีในปี ค.ศ.1949 จึงนับเป็นดินแดนที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความทรงจำของชาติจีน

นางหวงกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจีนได้จัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมจัดบริการรถราง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และไกด์ท้องถิ่นคอยนำชมจุดสำคัญต่าง ๆ ภายในด่าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจากทั่วโลก

หนึ่งในจุดที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือประตูทางผ่านภายในป้อมปราการด่านมิตรภาพ ซึ่งได้รับการออกแบบให้ช่องทางเข้ามีลักษณะแคบ ก่อนจะค่อย ๆ ขยายกว้างขึ้นตามแนวทางเดินจนถึงประตูทางออกที่มีขนาดใหญ่ สื่อความหมายถึงการต้อนรับผู้คนให้เดินทางกลับบ้านด้วยความอบอุ่น พร้อมความเจริญรุ่งเรือง ความหวัง และอนาคตที่สดใสรออยู่เบื้องหน้า

จากด่านชายแดนที่เคยเป็นสมรภูมิแห่งประวัติศาสตร์ สู่ประตูการค้าและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ “โหย่วอี้กวาน” จึงไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างจีนและเวียดนามเท่านั้น แต่ยังเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวระหว่างจีนกับอาเซียน รวมถึงประเทศไทยได้อย่างทรงพลังในยุคปัจจุบัน

ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ