
“อว.” ดีเดย์สั่งย้ายพื้นที่อุเทนถวายตามคำวินิจฉัย กยพ. พร้อมงดเรียนออนไซต์ชูความปลอดภัยอันดับหนึ่ง เคาะเยียวยาลดค่าเทอม 50% และชดเชยค่าเดินทางครบวงจร
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อหาทางออกและวางแนวทางปฏิบัติร่วมกันว่า กระทรวง อว. ยึดหลักการสำคัญในการดูแลนักศึกษา คือการยึดกฎหมาย รักษาความปลอดภัย และเยียวยาอย่างเป็นธรรม

ภายหลังการหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ศ.ดร.ยศชนัน ได้ยืนยันแนวทางและมาตรการที่ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย:
1. ย้ายพื้นที่ตามกฎหมาย ควบคู่การเยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด
เรื่องการย้ายพื้นที่ของวิทยาเขตอุเทนถวาย เป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สิ่งที่กระทรวงให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการออกมาตรการรองรับเพื่อลดผลกระทบต่อนักศึกษาและบุคลากรให้น้อยที่สุด ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลเรื่องค่าเทอม การชดเชยค่าใช้จ่ายในการย้ายและค่าเดินทางของอาจารย์ รวมถึงการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าหอพักหรือค่าห้องที่นักศึกษาได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว ตลอดจนค่าเดินทางต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น

2. งดการเรียนการสอนในพื้นที่ ชูหัวใจสำคัญ “ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคน”
มาตรการหยุดเรียนหรือปรับรูปแบบการเรียนการสอน มุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยในตัวนักศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยคำนึงถึงหัวอกคนเป็นพ่อแม่และการสัญจรโดยรอบพื้นที่ ทั้งนี้ ได้ประสานงานกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เพื่อเปิดห้องปฏิบัติการ (Lab) รองรับแล้ว โดยให้อธิการบดี คณบดี และอาจารย์ประจำภาควิชาเร่งจัดทำข้อมูลความต้องการ (Requirement) ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า
ในกรณีที่มีความจำเป็นทางเทคนิคที่ไม่สามารถใช้แล็บภายนอกได้ กระทรวงจะพิจารณาผ่อนผันให้นักศึกษาบางกลุ่มเข้าใช้พื้นที่เดิมได้เป็นรายกรณี (Case-by-case) โดยเฉพาะช่วงสอบ โดยต้องมีแผนการเข้าใช้งานที่ชัดเจน และทางกระทรวง อว. จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

3. เคาะมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติม ลดค่าเทอม 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อมดึงเครือข่าย มทร. และภาคอุตสาหกรรมปั้นทักษะ
กระทรวงได้ประสานเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่ม มทร. รองรับการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการในสาขาโลจิสติกส์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมโยธา และงานก่อสร้าง พร้อมประสานต้นสังกัดลดค่าเทอมนักศึกษาลง 50 เปอร์เซ็นต์ และสนับสนุนค่าเดินทางให้คณาจารย์
ส่วนพื้นที่เดิมนั้น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยืนยันว่าจะไม่นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ แต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา (Lifelong Learning) และนวัตกรรม โดยเปิดวงหารือร่วมกัน 3 ฝ่ายเพื่อออกแบบการใช้ประโยชน์ ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันได้เดินหน้าทำ MOU กับภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งนักศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติงานจริง (Work-integrated Learning) สร้างรายได้ระหว่างเรียนและต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังจบการศึกษา

“ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความท้าทาย และไม่มีทางออกใดที่สมบูรณ์แบบได้ในวันเดียวครับ ผมเข้าใจถึงความผูกพันและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับน้องๆ เป็นอย่างดี แต่เมื่อเราจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายและความปลอดภัยของสังคม” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว พร้อมให้ความมั่นใจว่าพร้อมรับฟังทุกข้อกังวลและดูแลทุกคนอย่างดีที่สุดเพื่ออนาคตทางการศึกษาที่มั่นคง


