เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมลูกหลวง ชั้น 3 สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง (วังไชยา) กรุงเทพฯ ท่ามกลางการจับตาของสังคมต่อการระดมทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ที่ต้องดำเนินไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากกรมการปกครอง กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข ผู้ยื่นคำขออนุญาต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อพิจารณาคำขออนุญาตจัดให้มีการเรี่ยไรจำนวน 3 ราย ซึ่งล้วนเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ดำเนินภารกิจด้านสาธารณประโยชน์ประกอบด้วย
- มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขออนุญาตเรี่ยไรเพื่อจัดหาทุนการศึกษาแก่นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ทุกหลักสูตร สนับสนุนโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยยากไร้ และสนับสนุนภารกิจของสถาบันราชสุดา
- มูลนิธิเรวัต พุทธินันทน์ ขออนุญาตเรี่ยไรเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบภัย รวมถึงสนับสนุนด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษาแก่ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส
- มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ขออนุญาตเรี่ยไรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กแบบองค์รวม ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข โภชนาการ ทักษะชีวิตและอาชีพ ตลอดจนการช่วยเหลือ ฟื้นฟู และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

คณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรเป็นกลไกตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเรี่ยไร มีหน้าที่กำกับ ดูแล และกำหนดแนวทางการอนุญาต ควบคุม และตรวจสอบการเรี่ยไรทั่วประเทศ โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และมีผู้แทนจากกระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง ร่วมเป็นกรรมการ
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการครอบคลุมตั้งแต่การพิจารณาอนุญาต วางระเบียบ วิธีการ และเงื่อนไขการเรี่ยไร การกำกับติดตามให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์อย่างเคร่งครัด ไปจนถึงการพิจารณาข้อร้องเรียนหรือกรณีฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เงินศรัทธาของประชาชนถูกนำไปใช้ผิดทางหรือขาดความโปร่งใส

สำหรับองค์กร หน่วยงาน หรือบุคคลที่ประสงค์จะจัดให้มีการเรี่ยไร สามารถยื่นคำขออนุญาตได้ โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยื่น ณ กรมการปกครอง (วังไชยา) ส่วนต่างจังหวัด ยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอหรือศาลากลางจังหวัด ในวันและเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567
