
จากกรณีเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายณัฎฐกานต์ สินธนาวัฒนโชค อายุ 49 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม หลังอ้างว่าถูกแพลตฟอร์มจำหน่ายสลากออนไลน์รายใหญ่แห่งหนึ่งปฏิเสธการจ่ายเงินรางวัลที่ 3 จำนวน 5 ใบ มูลค่า 400,000 บาท โดยแจ้งว่าถูกรางวัลเพียงเลขหน้า 3 ตัว และโอนเงินให้เพียง 20,000 บาท ก่อนตัดช่องทางการติดต่อทั้งหมดนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ได้พานายณัฎฐกานต์เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อขอให้ตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ ระหว่างที่ผู้เสียหายและคณะนั่งรอเข้าพบผู้บริหารนานกว่า 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ลงมารับฟังข้อเท็จจริง พร้อมสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อนำเสนอผู้บริหารพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป
แต่แล้วเหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อระหว่างการรอเข้าพบผู้บริหาร ทางบริษัทแพลตฟอร์มที่ผู้เสียหายซื้อสลากไว้ ได้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาหานายณัฎฐกานต์โดยตรง พร้อมชี้แจงว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากความผิดพลาดของพนักงานและข้อมูลทางเทคนิคภายในระบบ

บริษัทระบุว่า หลังตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดอย่างละเอียดแล้ว พบว่าผู้เสียหายถูกรางวัลที่ 3 จริง จำนวน 5 ใบ รวมมูลค่า 400,000 บาท ไม่ใช่เพียงรางวัลเลขหน้า 3 ตัวตามที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกล่าวคำขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยินยอมโอนเงินส่วนที่เหลืออีก 380,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหายทันที เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้โอนเงินไปแล้ว 20,000 บาท
ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที เงินจำนวน 380,000 บาทได้ถูกโอนเข้าบัญชีของนายณัฎฐกานต์ครบถ้วน ทำให้เจ้าตัวถึงกับดีใจอย่างมาก พร้อมนำหลักฐานยอดเงินที่ได้รับมาแสดงต่อสื่อมวลชน โดยยอมรับว่า “มือยังสั่น” เพราะไม่คิดว่าจะได้รับเงินรางวัลคืนครบจำนวนในที่สุด

นายณัฎฐกานต์ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนงที่ช่วยติดตามและนำเสนอข่าว จนทำให้เรื่องได้รับการแก้ไขและได้รับเงินรางวัลที่ควรได้รับครบถ้วน
พร้อมกันนี้ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เข็ดกับการซื้อสลากผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และในอนาคตจะหันไปซื้อสลากผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นช่องทางของภาครัฐ เพราะมั่นใจว่ามีความปลอดภัยและสามารถตรวจสอบได้มากกว่า โดยเงินรางวัลที่ได้รับส่วนหนึ่งจะนำไปทำบุญ ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้ใช้จ่ายในครอบครัว
ด้าน ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ผู้เสียหายได้รับการชดใช้และได้รับเงินรางวัลคืนครบจำนวน แต่ก็อยากให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบแพลตฟอร์มจำหน่ายสลากออนไลน์อย่างจริงจัง ว่าได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ รวมถึงสลากที่นำมาจำหน่ายมีอยู่จริงหรือเป็นเพียง “หวยทิพย์”

เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีกรณีลักษณะคล้ายกันเกิดขึ้นหลายครั้ง และบางกรณีพบปัญหาว่าไม่มีสลากตัวจริงรองรับ หากผู้ซื้อถูกรางวัลมูลค่าสูงก็อาจเกิดข้อพิพาทตามมาได้เช่นเดียวกับกรณีนี้
ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ยังฝากเตือนไปยังประชาชนที่นิยมเสี่ยงโชคว่า ควรเลือกซื้อสลากผ่านช่องทางที่สามารถตรวจสอบได้และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ เช่น แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการถูกเอาเปรียบ
“ครั้งนี้ยังเป็นเพียงรางวัลที่ 3 มูลค่า 400,000 บาท แต่หากเป็นรางวัลที่ 1 มูลค่าหลายล้านบาท ปัญหาอาจบานปลายมากกว่านี้ จึงอยากให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการซื้อขายสลากออนไลน์อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน” ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ กล่าว

ส่วนคดีฉ้อโกงที่ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา จะดำเนินต่อหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เสียหายว่าจะติดใจเอาความหรือไม่ หลังจากได้รับการชดใช้ค่าเสียหายครบถ้วนแล้ว
