
สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังพบ “จุดความร้อน” กระจุกตัวในหลายพื้นที่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 เมษายน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำคณะผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านโปง ตำบลโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ข้อมูลจากดาวเทียมของ GISTDA เมื่อช่วงเช้ามืด พบว่า “อำเภอดอยเต่า” กลายเป็นพื้นที่ที่มีจุดความร้อนสูงที่สุดในจังหวัด โดยเฉพาะ “ตำบลโปงทุ่ง” ที่ตรวจพบมากถึง 16 จุด สูงสุดในระดับตำบล สะท้อนความรุนแรงของปัญหาที่กำลังปะทุในพื้นที่เล็ก ๆ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แม้ภาพรวมจำนวนจุดความร้อนจะลดลงจากหลักพันเหลือหลักร้อย แต่สถานการณ์ยัง “เปราะบาง” อย่างยิ่ง หากปล่อยให้เกิดซ้ำในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ก็อาจจุดชนวนให้ไฟป่ากลับมารุนแรงอีกครั้ง สิ่งเดียวที่ต้องรักษาไว้ตอนนี้คือ จุดความร้อนต้องไม่เพิ่ม พร้อมให้ “ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)” เฝ้าระวังเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ป่า หากพบว่ามีส่วนทำให้เกิดไฟ ต้องถูกดำเนินการทันที
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลน่าตกใจจากพื้นที่ว่า พบผู้ติดยาเสพติดลักลอบจุดไฟในป่า จนกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดจุดความร้อน โดยทางการสั่งให้ใช้มาตรการทั้งการบำบัดและกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมประสานข้ามพื้นที่หากเป็นบุคคลจากอำเภออื่น

ด้าน ปลัดอำเภอดอยเต่า เปิดเผยว่า พื้นที่ส่วนใหญ่กว่า 170,000 ไร่ เป็นป่าและภูเขาสูงชัน ทำให้การเข้าถึงจุดไฟทำได้ยาก การดับไฟภาคพื้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้ในหลายจุด ต้องพึ่งพาอากาศยานเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินที่มีจำกัด เมื่อเทียบกับจำนวนจุดความร้อนที่กระจายหลายพื้นที่ในจังหวัด ทำให้การปฏิบัติการยังไม่เต็มศักยภาพ แม้เผชิญข้อจำกัด เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงเร่งทำแนวกันไฟรอบพื้นที่เกษตร เพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลาม และลดความเสี่ยงการเกิดจุดความร้อนใหม่

สถานการณ์ที่ดอยเต่าในเวลานี้ จึงไม่ใช่แค่การดับไฟ แต่คือ “การแข่งกับเวลา” เพื่อหยุดยั้งไม่ให้ไฟป่ากลับมาลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตรอบใหม่ของภาคเหนืออีกครั้ง
