ไรเดอร์ใส่หูฟังถูกเฉี่ยวสาหัสใกล้จุดชนรถเมล์ ‘คมนาคม’ เตือนอย่าล้ำพื้นที่อันตราย

เกิดเหตุระทึกซ้ำบริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง ใกล้พื้นที่เกิดเหตุรถไฟพุ่งชนรถเมล์เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังไรเดอร์ชายรายหนึ่งถูกรถไฟเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องความปลอดภัยบริเวณแนวรางรถไฟกลางกรุงเทพฯ ที่ยังคงเกิดอุบัติเหตุซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บเป็นชายอาชีพไรเดอร์ โดยก่อนเกิดเหตุได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้บริเวณใกล้ทางรถไฟ และเดินเข้าไปปัสสาวะริมราง ขณะเดียวกันเจ้าตัวสวมหูฟังทั้ง 2 ข้าง ก่อนจะเดินกลับมายังรถจักรยานยนต์โดยไม่ทันสังเกตว่ามีขบวนรถไฟกำลังวิ่งผ่านเข้ามา ส่งผลให้ถูกรถไฟเฉี่ยวชนอย่างแรง ร่างกระเด็นได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเชิญตัวพนักงานขับรถไฟเข้าสอบปากคำที่ สน.มักกะสัน เพื่อประกอบการสอบสวนและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

ต่อมา วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่กรณีนี้แตกต่างจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ก่อนหน้านี้ เนื่องจากจุดเกิดเหตุไม่ได้เป็นทางข้ามทางรถไฟหลัก และมีอุปกรณ์กั้นพื้นที่ไว้อยู่แล้ว

นายสิริพงศ์ ระบุว่า ผู้บาดเจ็บได้ล้ำเข้าไปในเขตทางรถไฟเพื่อปัสสาวะ ซึ่งถือเป็นพื้นที่อันตราย ขณะที่ขบวนรถไฟวิ่งมาตามเส้นทางปกติและเป็นช่วงระยะกระชั้นชิด ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน พร้อมย้ำว่า “ทางรถไฟไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย” และขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดและแนวทางรถไฟ

นอกจากนี้ นายสิริพงศ์ ยังกล่าวถึงแนวคิดศึกษามาตรการจำกัดการเดินรถไฟเข้ากรุงเทพชั้นในเป็นระยะเวลา 3 เดือน หลังมีเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมากที่กังวลว่าจะกระทบต่อการเดินทางเข้าทำงานและการเดินทางของนักเรียน นักศึกษา โดยระบุว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดทำแผนเสนอภายใน 2 เดือน ก่อนใช้เวลาอีก 3 เดือนพิจารณาความเหมาะสม ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการทดลองใช้จริง และยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาแนวทางเท่านั้น

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมยอมรับว่า ที่ผ่านมาเคยมีแนวคิดลักษณะนี้มาแล้ว แต่พบปัญหาหลายด้าน ทั้งความล่าช้าของรถโดยสารทดแทน และภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนหากต้องเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายระยะยาวยังคงเป็นการพัฒนาระบบรางยกระดับ หรือ “รถไฟลอยฟ้า” เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟในกรุงเทพฯ เช่นเดียวกับเส้นทางบางซื่อ-รังสิต ที่ถูกยกเป็นตัวอย่างว่าสามารถลดปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่โครงการเชื่อมต่อระบบราง หรือ Missing Link ยังอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาและพัฒนาเพิ่มเติมต่อไป