ไลฟ์อนาจารแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ‘ศุภมาศ’ ลั่นเอาจริงหยุดภัยออนไลน์ที่ล้อมเด็กไทยทุกมิติ

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเผยภายหลังร่วมเวทีเสวนา “แพลตฟอร์มกับความรับผิดชอบไลฟ์สายดาร์ก” ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนภาพใหญ่ของระบบแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยังมีช่องโหว่จำนวนมาก

น.ส.ศุภมาส ระบุว่า บนแพลตฟอร์มเดียวกันไม่ได้มีเพียงเนื้อหาอนาจาร แต่ยังพบการแฝงตัวของ “พนันออนไลน์ในคอนเทนต์เด็ก” การใช้ AI ตัดต่อภาพและเสียงบุคคลมีชื่อเสียงเพื่อหลอกลงทุน ข่าวปลอม การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ ไปจนถึงโฆษณาเกินจริง ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กและเยาวชน

ทั้งนี้ การยกระดับความปลอดภัยในโลกออนไลน์เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล ขณะที่หน่วยงานภายใต้การกำกับของตน ทั้งกรมประชาสัมพันธ์ อสมท และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ได้สั่งการให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เร่งศึกษากฎหมายในต่างประเทศ โดยเฉพาะแนวทางที่กำหนดให้ “แพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาบนระบบของตน” ควบคู่กับการทบทวนกฎหมายไทย เพื่ออุดช่องว่างและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เสนอต่อรัฐบาลในการปรับปรุงกฎหมายให้เท่าทันภัยออนไลน์

“เราจะไม่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ต้นทาง” น.ส.ศุภมาส กล่าว พร้อมย้ำว่ากองทุนฯ จะเดินหน้าสนับสนุนการผลิตสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผลักดันผู้ผลิตคอนเทนต์คุณภาพให้มีพื้นที่ในระบบนิเวศสื่อที่ปัจจุบันถูกคอนเทนต์ไร้คุณภาพแย่งพื้นที่

นอกจากนี้ ยังเตรียมขับเคลื่อนการสร้าง “ความรู้เท่าทันสื่อ” (Media Literacy) ให้กับเด็ก เยาวชน และครอบครัว เพื่อให้สามารถแยกแยะข้อมูล ไม่ตกเป็นเหยื่อของกลโกงออนไลน์ ส่วนในเชิงปฏิบัติ ได้มอบหมายให้กองทุนฯ สร้างเครือข่ายภาคประชาชน สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ เป็นอาสาสมัครเฝ้าระวังสื่อและร่วมผลิตเนื้อหาเชิงบวก ขณะเดียวกัน กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท จะทำหน้าที่เป็น “หน่วยเตือนภัย” ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและตอบโต้ข่าวปลอมอย่างรวดเร็ว ส่วน สคบ. จะเข้มงวดกับโฆษณาหลอกลวงและเกินจริง

น.ส.ศุภมาส ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นด่านหน้าในการสกัดภัยออนไลน์ โดยย้ำหลัก “ไม่เชื่อ ไม่แชร์ ไม่กดไลก์” และให้รายงานเนื้อหาไม่เหมาะสมทันที พร้อมเตือนว่า การมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ผิดกฎหมายอาจเข้าข่ายความผิด โดยสามารถแจ้งเหตุภัยออนไลน์ได้ที่สายด่วน 1441 และร้องเรียนโฆษณาหลอกลวงผ่าน สคบ. 1166