
กทม.เปิดข้อมูลจุดค้าขายพญาไท–บางซื่อ มีผู้ค้ารวมกว่า 470 ราย เร่งจัดระเบียบตามหลักเกณฑ์ปี 2567 พร้อมประสานตำรวจแก้ปัญหาจราจรรายจุด
นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าในเขตพญาไทและเขตบางซื่อ พร้อมตรวจการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กำหนดพื้นที่ทำการค้าและการจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือสถานที่สาธารณะ พ.ศ. 2567 รวมถึงบูรณาการงาน “สารวัตรสิ่งแวดล้อม”

ยกระดับมาตรฐานแผงค้า–สุขอนามัย
รองผู้ว่าฯ พรพรหม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเดินหน้าจัดระเบียบแผงลอยตามหลักเกณฑ์ปี 2567 ซึ่งยกระดับมาตรฐานทั้งด้านความเป็นระเบียบ สุขอนามัย และการจัดการสิ่งแวดล้อม ผู้ค้าต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ยื่นภาษีให้ถูกต้อง และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขาภิบาล เช่น ร้านที่ปรุงอาหารต้องติดตั้งบ่อดักไขมัน
กทม. ยังมีแนวคิดกำหนดรูปแบบแผงค้า ร่ม โต๊ะ และอุปกรณ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้พื้นที่ค้าขายเป็นระเบียบและสวยงาม
การพิจารณาจุดผ่อนผันเริ่มจากสำนักงานเขตเสนอพื้นที่ต่อคณะกรรมการของกรุงเทพมหานคร ก่อนส่งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันมีจุดค้าขายที่ผ่านการพิจารณาตามเกณฑ์ของ กทม. แล้ว 19 จุดทั่วกรุงเทพฯ โดยอยู่ระหว่างทยอยลงพื้นที่ตรวจติดตาม เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ค้าปฏิบัติตามเงื่อนไขได้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนจุดที่ผ่านการพิจารณาจาก กทม. แต่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจาก บช.น. ประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลกระทบด้านการจราจร ขณะที่ กทม. พิจารณาการใช้พื้นที่ทางเท้าและความเป็นระเบียบเป็นหลัก จุดดังกล่าวจึงอาจต้องปรับแก้เพิ่มเติม โดยมอบหมายให้สำนักงานเขตประสานสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ เพื่อหารือแนวทางแก้ไขเป็นรายจุดให้ชัดเจนและรวดเร็วขึ้น

ใช้ข้อมูลพิจารณา ไม่อนุมัติหรือปฏิเสธแบบเหมารวม
สำหรับการเพิ่มหรือลดพื้นที่ค้าขาย กทม. จะพิจารณาเป็นรายกรณี โดยใช้ข้อมูลผู้ค้าและความต้องการของคนในพื้นที่ประกอบการตัดสินใจ เพื่อหาสมดุลระหว่างการจัดระเบียบกับการดูแลเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชน
รองผู้ว่าฯ ยกตัวอย่างว่า หากพื้นที่รองรับผู้ค้าได้ 50 ราย แต่มีผู้ประสงค์ค้าขาย 70 ราย จะพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดหาพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มเติม ไม่ใช่อนุมัติหรือปฏิเสธทันทีโดยไม่มีข้อมูลรองรับ
เร่งจัดระเบียบนอกจุดผ่อนผัน–สำรวจ “จุดไมโคร”
พื้นที่ค้าขายนอกจุดผ่อนผันจะได้รับการตรวจสอบและพิจารณานำเข้าสู่ระบบ หากเสนอพื้นที่แล้วไม่ผ่านเกณฑ์และไม่สามารถปรับปรุงได้ภายในเวลาที่กำหนด ก็จำเป็นต้องยกเลิกจุดนั้น
ขณะเดียวกัน กทม. อยู่ระหว่างสำรวจ “จุดไมโคร” หรือจุดค้าขายขนาดเล็ก ซึ่งอาจมีผู้ค้าเพียง 3–4 ราย แต่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชุมชน เพื่อพิจารณาจัดเป็นจุดผ่อนผันให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการสื่อสารกับประชาชนจะติดป้ายแสดงจุดผ่อนผันให้ชัดเจน และอาจจัดทำแผนที่ระบุตำแหน่งในอนาคต

เปิดข้อมูลพื้นที่ค้าขายพญาไท–บางซื่อ
เขตพญาไทมีพื้นที่ค้าขายในจุดผ่อนผัน 3 จุด รวมผู้ค้า 165 ราย ได้แก่
- ซอยพหลโยธิน 7 ผู้ค้ากลางวัน 65 ราย และกลางคืน 12 ราย
- ถนนประดิพัทธ์ ฝั่งขาออก ผู้ค้ากลางวัน 55 ราย และกลางคืน 12 ราย
- ถนนประดิพัทธ์ ฝั่งขาเข้า ผู้ค้ากลางคืน 21 ราย
ส่วนพื้นที่นอกจุดผ่อนผันมี 4 จุด รวมผู้ค้า 108 ราย ได้แก่
- หน้าโรงแรม Grand Tower Inn ผู้ค้ากลางวัน 6 ราย
- ซอยพหลโยธิน 9 ผู้ค้ากลางวัน 19 ราย
- ถนนสาลีรัฐวิภาค ผู้ค้ากลางวัน 46 ราย และกลางคืน 4 ราย
- หน้าสำนักงาน ป.ป.ส. ถนนดินแดง ผู้ค้ากลางวัน 23 ราย และกลางคืน 10 ราย
ที่ผ่านมา สำนักงานเขตได้รับความร่วมมือจากธนาคารออมสินในการปรับปรุงแผงค้าและร่มให้เป็นสีชมพูตลอดแนว
ด้านเขตบางซื่อมีพื้นที่ค้าขาย 8 จุด รวมผู้ค้า 205 ราย แบ่งเป็นจุดผ่อนผัน 7 แห่ง ผู้ค้า 150 ราย และศูนย์อิ่มท้อง 1 แห่ง ผู้ค้า 55 ราย ประกอบด้วย
- จุดผ่อนผันตลาดประจวบ ถนนเตชะวณิช ผู้ค้า 37 ราย
- จุดผ่อนผันมณีพิมาน ฝั่งถนนประชาชื่น ผู้ค้า 7 ราย
- จุดผ่อนผันซอยบุญเหลือ ผู้ค้า 15 ราย
- จุดผ่อนผันเตาปูน ผู้ค้า 24 ราย
- จุดผ่อนผันตลาดบางซ่อน ถนนกรุงเทพ–นนทบุรี ผู้ค้า 27 ราย
- จุดผ่อนผันหน้าคอนโดรีเจ้นท์โฮม บางซ่อน ผู้ค้า 23 ราย
- จุดผ่อนผันข้างโลตัส ประชาชื่น ผู้ค้า 17 ราย
- ศูนย์อิ่มท้องใต้สะพานสูง ถนนเตชะวณิช ผู้ค้า 55 ราย

ตรวจ 9 จุด กำชับห้ามเทน้ำมันลงท่อ–โคนต้นไม้
การลงพื้นที่ครั้งนี้ รองผู้ว่าฯ พรพรหม พร้อมคณะผู้บริหารสำนักเทศกิจ สำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจพื้นที่เขตพญาไท 3 จุด ได้แก่ ซอยพหลโยธิน 7 ซอยพหลโยธิน 9 และจุดผ่อนผันถนนประดิพัทธ์ ฝั่งขาออก
จากนั้นตรวจพื้นที่เขตบางซื่ออีก 6 จุด ได้แก่ จุดผ่อนผันมณีพิมาน ฝั่งถนนประชาชื่น จุดผ่อนผันข้างโลตัส ประชาชื่น ศูนย์อิ่มท้องใต้สะพานสูง จุดผ่อนผันซอยบุญเหลือ จุดผ่อนผันเตาปูน และจุดผ่อนผันหน้าคอนโดรีเจ้นท์โฮม บางซ่อน
ผลตรวจโดยรวมพบว่า ผู้ค้าส่วนใหญ่ปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านสุขอนามัย มีการคัดแยกขยะ ติดตั้งถังดักไขมัน และติดตั้งปล่องควันลงถังน้ำเพื่อลดมลพิษ ส่วนผู้ค้าในจุดผ่อนผันติดป้ายใบอนุญาตไว้อย่างชัดเจน
รองผู้ว่าฯ กำชับห้ามเทน้ำมันหรือคราบไขมันลงท่อระบายน้ำและโคนต้นไม้โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันกลิ่นรบกวน ท่ออุดตัน และต้นไม้ยืนต้นตาย พร้อมขอความร่วมมือผู้ค้ารักษาความสะอาด และสั่งการเจ้าหน้าที่เร่งจัดเก็บขยะหลังสิ้นสุดเวลาค้าขาย ไม่ให้มีเศษขยะตกค้างบนทางเท้า
