TSPCA จี้ทบทวนกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ชงเพิ่ม 5 ประเด็น อุดช่องว่างบังคับใช้

TSPCA เตรียมยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอศึกษาปรับปรุง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ เสนอเพิ่มความคุ้มครองสัตว์ธรรมชาติ จัดการสัตว์ไร้เจ้าของ และขึ้นทะเบียนสัตว์ควบคุมพิเศษ

ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการ TSPCA และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ เปิดเผยว่า ตลอดกว่า 11 ปีที่กฎหมายบังคับใช้ มีส่วนสร้างความตระหนักรู้และวางบรรทัดฐานด้านการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ในสังคมไทย อีกทั้งสะท้อนการยึดมั่นในคุณค่าสากลและหลักนิติธรรม ผ่านการบังคับใช้กฎหมายที่โปร่งใส เสมอภาค และเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม เมื่อบริบททางสังคมเปลี่ยนแปลง สมาคมเห็นว่าควรศึกษาปรับปรุงหรือเพิ่มเติมองค์ประกอบบางประการ เพื่อให้กฎหมายชัดเจนและบังคับใช้ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเสนอประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่

  1. ขยายการคุ้มครองสัตว์ที่อาศัยในธรรมชาติ โดยเสนอให้พิจารณาเพิ่มสัตว์อีก 5 กลุ่ม ได้แก่ กระรอกหลากสี นกเขาชวา ลูกผสมสัตว์ตระกูลเสือ หมูป่า และอีเห็นข้างลายหรืออีเห็นธรรมดา เนื่องจากสมาคมระบุว่ายังมีกรณีสัตว์ธรรมชาติถูกทารุณกรรมหรือได้รับการดูแลไม่เหมาะสม ซึ่งบางกรณีไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้
  2. กำหนดความเป็นเจ้าของสัตว์ให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีสัตว์ไม่มีเจ้าของ สมาคมอ้างข้อมูลสำรวจของกรมปศุสัตว์ว่า จำนวนสุนัขจรจัดเพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าในช่วง 10 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่อง หากขาดมาตรการจัดการที่จริงจัง อาจนำไปสู่ปัญหาในชุมชน เหตุเดือดร้อนรำคาญ ความขัดแย้ง และความเสี่ยงจากโรค เช่น โรคพิษสุนัขบ้า
  3. พิจารณาระบบจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงบางประเภท เช่น สัตว์ควบคุมพิเศษหรือสัตว์ที่มีความเสี่ยง เพื่อกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าของให้เหมาะสม ข้อเสนอนี้มีขึ้นท่ามกลางเหตุสุนัขทำร้ายเด็กและผู้ใหญ่ที่สมาคมยกเป็นตัวอย่างจากหลายจังหวัด รวมถึงกรณีสุนัขกัดเด็กในอ่างทอง ปราจีนบุรี ชลบุรี และนครศรีธรรมราช ตลอดจนเหตุสุนัขพันธุ์พิทบูลทำร้ายเจ้าของหรือบุคคลใกล้ชิดในอ่างทอง สมุทรปราการ และนครราชสีมา
  4. เพิ่มหรือสนับสนุนพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ สมาคมเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายบางกรณียังมีข้อจำกัด เช่น ไม่มีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือขาดการรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่งผลให้การดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอาจไม่เกิดผล
  5. ทำหลักเกณฑ์กรณีจำเป็นต้องฆ่าสัตว์เพื่อป้องกันอันตรายให้ชัดเจน ทั้งกรณีป้องกันอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของมนุษย์และสัตว์อื่น รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สิน โดยสมาคมต้องการให้มีแนวทางพิจารณาสัดส่วนและวิธีการที่เหมาะสม เพื่อลดความคลุมเครือในการตีความและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ที่ต้องป้องกันเหตุเฉพาะหน้า

เลขาธิการและผู้อำนวยการ TSPCA ระบุว่า ข้อเสนอทั้ง 5 ประเด็นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพิจารณาปรับปรุงกฎหมาย ยังอาจมีประเด็นอื่นที่ควรศึกษาเพิ่มเติม เช่น การกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบดูแลสัตว์ของกลางหรือสัตว์ที่ถูกอายัด รวมถึงการจัดการและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและกฎหมายอื่น เช่น พระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พร้อมพิจารณามาตรการทางสังคมควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมาย

ทั้งนี้ สมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทยดำเนินงานมากว่า 32 ปี และระบุว่าเป็นภาคประชาชนที่ร่วมรณรงค์ผลักดันกฎหมายฉบับนี้กับองค์กรเครือข่าย โดยยืนยันจุดยืนคุ้มครองสัตว์ไม่ให้ถูกทารุณกรรมโดยไม่มีเหตุอันสมควร และส่งเสริมการจัดสวัสดิภาพอย่างเหมาะสม ทั้งสัตว์ป่าที่ควรได้อยู่ในธรรมชาติและสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ สัตว์เลี้ยงที่ควรได้รับการดูแลตามความต้องการ และสัตว์เพื่อการพาณิชย์ที่ควรได้รับการเลี้ยงดู ขนส่ง รีดนม และฆ่าโดยปราศจากการทารุณกรรม

สำหรับสัตว์ทดลอง สมาคมสนับสนุนหลัก 3R ได้แก่ การลดจำนวนสัตว์ที่ใช้ในการทดลอง (Reduction) การปรับปรุงกระบวนการทดลองให้เหมาะสมขึ้น (Refinement) และการใช้วิธีอื่นทดแทนการทดลองในสัตว์ (Replacement)

ดร.สาธิต กล่าวย้ำว่า เคารพหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม พร้อมผลักดันให้กฎหมายที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วมสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และสมดุล เพื่อคุ้มครองสัตว์ควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความยุติธรรมในสังคมต่อไป