
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดําเนินเป็นการส่วนพระองค์ ไปยัง วัดพระพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

เมื่อเสด็จพระราชดําเนินถึง ทรงพระดำเนินเข้าอุโบสถ ทรงวางพวงมาลัย และทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่ง นมัสการพระประธานประจําอุโบสถ จากนั้น ทรงมีพระราชปฏิสันฐาน กับพระมหาสมศักดิ์ ปุณฺณโชโต เจ้าอาวาส เสร็จแล้วทรงพระดําเนินไปยัง วิหาร พระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) ทรงวาง พวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนท้ายที่นั่ง จากนั้นทรงพระดําเนิน ออกจากวิหารพระนอน ไปยังวิหารพระนั่ง ทรงวางพวงมาลัย ทรงคม และทรงพระดำเนิน ไปยังวิหารพระยืน ทรงวางพวงมาลัย ทรงคม และเสด็จพระราชดําเนินกลับ

วัดพระพุทธไสยาสน์ สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ข้อมูลกรมการศาสนาระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2200 มีพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 43 เมตร ซึ่งมีประวัติว่าเดิมสร้างไว้กลางแจ้ง วัดแห่งนี้ได้ถูกปล่อยทิ้งจนกลายเป็นวัดร้างจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงทอดพระเนตรเห็นองค์พระนอนที่ทรุดโทรมมากจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหลังคาสังกะสีคลุมไว้ ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการสร้างหลังคากระเบื้องคลุมองค์พระนอนไว้และกลายเป็นวิหารพระพุทธไสยาสน์ดังที่เห็นในปัจจุบัน ในการบูรณะองค์พระนอนเมื่อ พ.ศ. 2540 พบอุโมงค์ภายในองค์พระ มีโบราณวัตถุอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปทำจากวัสดุตาง ๆ ได้แก่ สำริด ดินเผา ปูนปั้น หินทราย และไม้บุเงิน ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปแบบศิลปะอยุธยา ตอนปลาย

จุดเด่นของพระนอนองค์นี้ที่แตกต่างจากที่อื่นกล่าวคือ ที่เศียรขององค์พระมีหมอนบรรทมรูปดอกบัวรองพระเศียรอยู่สองก้อน องค์พระพุทธรูปนอนประทับในอิริยาบถตะแคงขวา พระเศียรหันไปทางทิศตะวันตกเป็นพระนอนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ในประเทศไทย
