นายกฯควันออกหูไล่ผู้ว่าฯรฟท.พิจารณาตนเองเหตุเครนถล่มทับรถไฟดับ 28 ศพ

เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์แล้ว และได้สั่งการเร่งด่วนให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการแทนผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์ทันที

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และย้ำว่าขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุได้ ต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด

“ต้องดูว่าทำไมจังหวะเวลามันถึงพอดีกันขนาดนี้ เรื่องนี้ผมต้องไล่ถามอยู่แล้ว เพราะเป็นอาชีพเก่า อุบัติเหตุแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอนุทิน ย้ำชัดว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ควรถูกนำไปใช้เป็นประเด็นทางการเมือง พร้อมขอให้ทุกฝ่ายมุ่งเน้นการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย

นายกรัฐมนตรี ยังตั้งข้อสังเกตว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง ตั้งแต่เหตุอุโมงค์ก่อสร้างถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา จนมาถึงกรณีเครนล้มในครั้งนี้ สะท้อนปัญหาการก่อสร้างที่อาจผิดรูปแบบหรือมีการละเลยขั้นตอนสำคัญ

“อุบัติเหตุแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการข้ามขั้นตอน หรือทำอะไรไม่ตรงตามแบบ ไม่เช่นนั้นมันไม่เกิด” นายกรัฐมนตรี ระบุ

สำหรับการก่อสร้างโครงการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามปกติเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง ผู้รับเหมาจะต้องยุติการก่อสร้างทันที พร้อมจัดทำรายงานและแผนการชดเชยความเสียหาย ซึ่งแม้ภาครัฐจะไม่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม แต่ความเสียหายด้านระยะเวลาก่อสร้างถือเป็นต้นทุนที่ประเทศต้องแบกรับ

เมื่อถามถึงการชี้แจงของผู้รับเหมา นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขณะนี้ต้องเร่งหาสาเหตุอย่างเป็นทางการ โดย รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมรับผิดชอบ ไม่สามารถโยนความผิดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์นี้ต้องมีผู้ถูกลงโทษ

นายอนุทิน ยังตั้งคำถามถึงกระบวนการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมา โดยระบุว่า ผู้ประกอบการรายเดิมเคยเกิดปัญหาในโครงการอื่น แต่ยังได้รับงานต่อเนื่อง พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าทำไมกรมบัญชีกลางยังไม่ดำเนินการขึ้นบัญชีดำ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงแนวคิด “สมุดพกผู้รับเหมา” ที่เคยมีการผลักดันในอดีต ว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่กลับยังไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง เนื่องจากความกังวลด้านกฎหมายและการถูกฟ้องร้อง พร้อมย้ำว่าหากยังไม่ปรับระบบ และปล่อยให้เกิดเหตุซ้ำซาก ก็ไม่ควรเว้นระยะอีกต่อไป

“นี่คือเรื่องวิศวกรรม ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ เครนจะล้มต้องมีเหตุ มีอุปกรณ์สึกหรอ มีความผิดปกติ ซึ่งพิสูจน์ได้ทั้งหมด การว่าจ้างผู้รับเหมาลักษณะนี้ ภาครัฐและเอกชนต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า รฟท. ในฐานะผู้ว่าจ้าง ต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามกรณีฝ่ายการเมืองเตรียมนำเรื่องนี้มาโจมตีว่า ไม่สามารถห้ามได้ แต่ขออย่าฉวยโอกาสทางการเมืองบนความสูญเสียของประชาชน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องชีวิตคน อย่าเอาความตายของประชาชนมาเล่นเกมการเมือง