
รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามขบวนการลักลอบค้าไม้ผิดกฎหมายครั้งใหญ่ หลังเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานสนธิกำลังเข้าตรวจสอบโกดังของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบไม้ต้องสงสัยจำนวนมหาศาลและซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก ส่อโยงเครือข่ายค้าไม้ข้ามชาติ
การปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังของบริษัท ภาคินเทรดดิ้ง (5588) จำกัด ในอำเภอบางปะหัน จังหวัด พระนครศรีอยุธยา โดยมีผู้บริหารหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองเข้าร่วมปฏิบัติการ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าไม้ส่วนใหญ่ในโกดังมีลักษณะต้องสงสัยว่าอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงดำเนินการอายัดไม้แปรรูป ไม้ท่อน ปีกไม้ และปลายไม้ รวมไม่น้อยกว่า 3,350 ท่อน/แผ่น/เหลี่ยม คิดเป็นปริมาตรกว่า 1,100 ลูกบาศก์เมตร โดยประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท แต่หากพิจารณาคุณภาพของไม้ อาจมีมูลค่าทางการค้าสูงถึง กว่า 3,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังได้อายัดเอกสารและพยานหลักฐานภายในบริษัท เพื่อนำไปตรวจสอบความเชื่อมโยงกับไม้ของกลาง หลังพบพิรุธหลายประการ โดยเฉพาะความไม่ตรงกันระหว่างเอกสารกับปริมาณไม้จริงในโกดัง

นอกจากนี้ การสืบสวนขยายผลยังพบความเคลื่อนไหวของขบวนการขนย้ายไม้ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถบรรทุกเทรลเลอร์ขนไม้จากโกดังดังกล่าวมุ่งหน้าไปยังจังหวัด ชลบุรี ภายในตู้คอนเทนเนอร์พบ ไม้ประดู่ 34 ท่อน ซึ่งปริมาตรและความยาวไม่ตรงกับเอกสาร จึงได้อายัดรถบรรทุกพร้อมไม้ของกลาง และนำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่บางละมุง
ต่อมาในช่วงสาย เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดรถบรรทุกเพิ่มเติมอีก 2 คัน โดยหนึ่งในนั้นขนไม้จากอำเภอแม่สอด จังหวัด ตาก มีพฤติกรรมลักลอบซุกซ่อนไม้ประดู่ โดยสำแดงสินค้าเป็น “มันสำปะหลัง” เพื่ออำพรางการตรวจสอบ ส่วนรถบรรทุกอีกคันที่บรรทุกไม้มาจากจังหวัด บุรีรัมย์ ถูกอายัดไว้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

การตรวจค้นครั้งนี้ยังพบสิ่งผิดกฎหมายเพิ่มเติม เมื่อเจ้าหน้าที่พบ ซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก ภายในพื้นที่โกดัง ประกอบด้วยซากนก 10 ชนิด รวม 28 ซาก ชิ้นเนื้อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ทราบชนิด 4 ชิ้น เกล็ดลิ่นหนักประมาณ 900 กรัม และซากสัตว์ป่าอีกหลายกลุ่ม รวมทั้งหมด 96 ซาก และ 4 ชิ้นเนื้อ ซึ่งจะถูกส่งตรวจพิสูจน์โดย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
รัฐบาลยืนยันจะบูรณาการการทำงานระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ กระทรวงยุติธรรม เพื่อเร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานหน่วยงานด้านการเงินเพื่อตรวจสอบเส้นทางเงิน และดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน รวมถึงการยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด

เจ้าหน้าที่เชื่อว่าปฏิบัติการครั้งนี้อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของการขยายผลสู่ขบวนการลักลอบค้าไม้ข้ามชาติขนาดใหญ่ ซึ่งรัฐตั้งเป้าตัดวงจรเครือข่ายดังกล่าวอย่างถอนรากถอนโคน เพื่อปกป้องทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าของประเทศไม่ให้ถูกทำลายอีกต่อไป

