ปภ.เปิดวอร์รูมเฝ้าระวัง 24 ชม.รับศึกฝนถล่มสั่งทุกจังหวัดตั้งการ์ดสูง รับมืออุทกภัยสิงหาฯ

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team : SAT) ร่วมกับผู้บริหาร ปภ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงาน ปภ. จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด รวมถึงเครือข่ายอาสาสมัครมูลนิธิ ผ่านระบบประชุมอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝนและเตรียมแผนรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูฝนอย่างใกล้ชิด

นายธีรพัฒน์ เปิดเผยว่า การประเมินสภาพอากาศพบว่า ตลอดเดือนสิงหาคม 2569 ประเทศไทยมีแนวโน้มได้รับฝนมากกว่าค่าปกติ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลง ก่อนจะกลับไปตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ช่วงเดือนพฤศจิกายน จึงกำชับให้ทุกจังหวัดยกระดับการเฝ้าระวัง เตรียมแผนรับมือ และวางกำลังล่วงหน้า เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มากที่สุด

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ พบว่า จังหวัดเชียงราย ซึ่งก่อนหน้านี้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งใน 3 อำเภอ ล่าสุดสถานการณ์คลี่คลายลง ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยการจัดตั้ง “วอร์รูมคู่ขนาน” ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ มวลน้ำจากอำเภอหล่มเก่าได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่รอบนอกอำเภอหล่มสัก เจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมเครื่องสูบน้ำระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมใช้ระบบ Cell Broadcast แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ทำให้ประชาชนสามารถขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงได้ทันเวลา

ขณะที่จังหวัดพิษณุโลก ฝนตกหนักส่งผลให้น้ำในลำน้ำเฟียเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน โดยศูนย์ ปภ. เขต 9 และหน่วยงานในพื้นที่ ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เรือท้องแบน เรือพลาสติก และเครื่องสูบน้ำ เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

ด้านจังหวัดเชียงใหม่ แม้ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกสะสม แต่จากการวางมาตรการเชิงรุกป้องกันน้ำท่วมเขตเมืองอย่างเข้มข้น ประกอบกับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้ดี ส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้

อธิบดี ปภ. ยังสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงาน ปภ. จังหวัดทั่วประเทศ นำเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) และเครือข่ายมูลนิธิกู้ภัย ให้พร้อมปฏิบัติการตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้พื้นที่เขตเศรษฐกิจและเขตเมืองเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขุดลอกคูคลองและท่อระบายน้ำ ลดปัญหาน้ำรอการระบาย รวมถึงเตรียมสิ่งของจำเป็นและเครื่องอุปโภคบริโภคไว้รองรับการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ให้เพียงพอหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ในด้านการแจ้งเตือนประชาชน นายธีรพัฒน์ กำชับให้ทุกจังหวัดใช้ทุกช่องทางการสื่อสารควบคู่กัน ทั้งระบบ Cell Broadcast สื่อสังคมออนไลน์ หอกระจายข่าว วิทยุชุมชน ตลอดจนเครือข่ายผู้นำชุมชนและสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด เพื่อกระจายข้อมูลข่าวสารให้เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่อย่างรวดเร็ว ด้วยข้อความที่เข้าใจง่าย กระชับ และถูกต้อง โดยยึดหลักสำคัญคือ “สร้างความตระหนักรู้ แต่ไม่สร้างความตื่นตระหนก”

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์สาธารณภัยผ่าน Facebook “กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM”, X @DDPMNews และ Line @1784DDPM หรือหากได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง