ปลุกเงาศิลป์โบราณให้โลกเห็น! วธ.เดินหน้า ‘หนังใหญ่’ มรดกหลายร้อยปีสู่บัญชี UNESCO

กระทรวงวัฒนธรรมเดินเครื่องพา “หนังใหญ่” ก้าวสู่เวทีโลก หลัง ครม.ไฟเขียวข้อเสนอ “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” ลุ้นขึ้นทะเบียนแนวปฏิบัติการสงวนรักษาที่ดีของ UNESCO

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน ตำบลสร้อยฟ้า อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ขับเคลื่อน “หนังใหญ่” สู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ในบัญชีการสงวนรักษาอันเป็นแบบอย่างที่ดี (Register of Good Safeguarding Practices) หวังยกระดับมรดกศิลป์ชั้นสูงของไทยให้เป็นที่ประจักษ์บนเวทีโลก พร้อมวางรากฐานส่งต่อภูมิปัญญาสู่คนรุ่นใหม่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มี พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน บรรยายประวัติความเป็นมาของวัด พร้อมด้วย นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตลอดจนผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน เครือข่ายวัฒนธรรม และชุมชนวัดขนอนเข้าร่วม

“วัดขนอน” มีประวัติศาสตร์ผูกพันกับชุมชนมายาวนาน ในอดีตเคยเป็นด่านเก็บภาษีอากรทางน้ำ หรือ “ด่านขนอน” ตั้งแต่สมัยอยุธยา ก่อนกลายเป็นแหล่งสืบทอดศิลปะหนังใหญ่สำคัญของประเทศ โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 หลวงปู่กล่อม อดีตเจ้าอาวาส ได้สร้างตัวหนังใหญ่ขึ้น ปัจจุบันวัดยังคงเก็บรักษาตัวหนังที่สมบูรณ์ไว้มากกว่า 300 ตัว

ระหว่างการเยี่ยมชม รมว.วัฒนธรรม ได้ชมการสาธิตการตอกหนังโดย นายจฬรรณ์ ถาวรนุกูลพงศ์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม พร้อมรับชมการแสดงหนังใหญ่ชุด “ศึกทศกัณฐ์ ตอนยกรบ” สะท้อนเสน่ห์ของศิลปะโบราณที่ยังมีชีวิตและได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

นางสาวซาบีดา กล่าวว่า “หนังใหญ่” ถือเป็นมหรสพชั้นสูงที่มีรากประวัติศาสตร์ยาวนาน ตั้งแต่สมัยสุโขทัยและรุ่งเรืองในสมัยอยุธยา เป็นศิลปะที่หลอมรวมภูมิปัญญาหลายแขนง ทั้งจิตรกรรมไทยบนแผ่นหนัง งานแกะสลัก นาฏศิลป์ การละคร และดนตรีปี่พาทย์ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการเชิดและเงาของตัวหนังได้อย่างมีชีวิตชีวา

ปัจจุบันคณะหนังใหญ่ที่ยังสืบทอดศิลปะแขนงนี้ ได้แก่ หนังใหญ่วัดขนอน จังหวัดราชบุรี หนังใหญ่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดสิงห์บุรี และหนังใหญ่วัดบ้านดอน จังหวัดระยอง โดยเฉพาะวัดขนอนที่มีบทบาทโดดเด่นด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟู จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และเมื่อปี 2550 ได้รับการยกย่องจาก ACCU (Asia-Pacific Cultural Centre for UNESCO) ให้เป็นหนึ่งในชุมชนดีเด่นด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขณะที่ประเทศไทยได้ขึ้นบัญชี “หนังใหญ่” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติเมื่อปี 2552 กระทรวงวัฒนธรรมจึงเดินหน้าสนับสนุนการอนุรักษ์และสืบทอดอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา ได้สนับสนุนการจัดงานและกิจกรรมของหนังใหญ่วัดขนอนอย่างเป็นรูปธรรม

ในปีงบประมาณ 2568 กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนงบประมาณ 1.5 ล้านบาท จัด “เทศกาลหนังใหญ่วัดขนอนและมหกรรมหนังเงานานาชาติ” มีกิจกรรมสำคัญทั้งการแสดงหนังใหญ่ไฟกะลาแบบโบราณ หนังใหญ่ติดตัวโขน การแสดงหนังเงาจากอินเดีย อินโดนีเซีย และลาว รวมถึงนิทรรศการองค์ความรู้ ลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์ งานช่างสิบหมู่ อาหารพื้นถิ่น ตลาดชุมชนโบราณ “ตลาดด่านขนอน” และเวทีเสวนาถึงการดำรงอยู่ของหนังใหญ่ในยุคดิจิทัล

ส่วนปีงบประมาณ 2569 สนับสนุนอีก 1.5 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อน “หนังใหญ่” สู่การขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ครอบคลุมการอบรมถ่ายทอดภูมิปัญญา การจัดเทศกาลหนังใหญ่วัดขนอน ครั้งที่ 19 ภายใต้ธีม “อัคราภิรักษศิลปิน สานศิลป์แผ่นดินไทย” เมื่อวันที่ 13–14 เมษายน 2569 ตลอดจนจัดทำฐานข้อมูลองค์ความรู้และสารคดี “เงาแห่งศรัทธา หนังใหญ่ไทย ศิลปะโบราณที่มีชีวิต (Shadows of Faith : The Eternal Art of Nang Yai)” ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

เนื้อหามุ่งถ่ายทอดประวัติศาสตร์และรากเหง้าของหนังใหญ่ คุณค่าของการผสมผสานศิลปะหลายแขนง บทบาทของวัดและชุมชนในการอนุรักษ์ ตลอดจนวิถีชีวิตและศรัทธาของช่างฝีมือและครูผู้สืบทอด เพื่อสร้างความตระหนักและความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาของชาติ

รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการรักษาตัวหนังหรือรูปแบบการแสดง แต่ต้องทำให้ “หนังใหญ่” เป็นมรดกที่มีชีวิต โดยให้ชุมชนเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาองค์ความรู้ สร้างผู้สืบทอด และส่งต่อภูมิปัญญาไปยังเด็กและเยาวชน ควบคู่กับการจัดเก็บองค์ความรู้อย่างเป็นระบบและเผยแพร่สู่สาธารณะในวงกว้าง

สำหรับการผลักดันสู่ UNESCO กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้เสนอ “การฟื้นฟูหนังใหญ่โดยชุมชนหนังใหญ่ในประเทศไทย” (The Community-based Revitalization of Nang Yai Tradition in Thailand: CRNT) เพื่อขอขึ้นทะเบียนในบัญชี Register of Good Safeguarding Practices ซึ่งถือเป็นรายการแรกของประเทศไทยที่เสนอขึ้นทะเบียนในประเภทนี้ ข้อเสนอดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของ UNESCO

“ขอขอบคุณพระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน และทุกภาคส่วน พร้อมขอความร่วมมือจังหวัดราชบุรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำชุมชน และชุมชนหนังใหญ่วัดขนอน ร่วมกันทำให้หนังใหญ่เป็นมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต รักษาองค์ความรู้ สร้างผู้สืบทอดรุ่นใหม่ และถ่ายทอดสู่เด็กและเยาวชน เพื่อให้การฟื้นฟูหนังใหญ่ของประเทศไทยเป็นแนวปฏิบัติที่ดีอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนภารกิจของประเทศไทยต่อ UNESCO และทำให้ศิลปะหนังใหญ่สืบทอดอยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน” นางสาวซาบีดา กล่าว