
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยตัวเลขสรุปอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 วันสุดท้ายของการรณรงค์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 123 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 123 คน และเสียชีวิต 17 ราย ตอกย้ำภาพความสูญเสียที่ยังคงเกิดขึ้นแม้เข้าสู่ช่วงท้ายของเทศกาล
เมื่อรวมสถิติตลอด 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 ประเทศไทยต้องสูญเสียถึง 242 ชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนน 1,242 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บสะสม 1,200 คน แม้ภาพรวมตัวเลขจะลดลงจากค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง แต่ความสูญเสียที่เกิดขึ้นยังคงสะเทือนใจและสะท้อนปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงที่ยังไม่หมดไป

“ความเร็ว” ยังคงเป็นฆาตกรเงียบอันดับหนึ่ง โดยคิดเป็นร้อยละ 40.65 รองลงมาคือการตัดหน้ากระชั้นชิด ขณะที่ รถจักรยานยนต์ ยังคงเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดถึงร้อยละ 64.55 สะท้อนความเปราะบางของผู้ใช้รถสองล้อบนท้องถนนไทย
ช่วงเวลาที่เกิดเหตุสูงสุดกระจุกตัวในช่วงสายถึงเย็น (09.01–12.00 น. และ 15.01–18.00 น.) บนถนนทางตรงเป็นหลัก โดยกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้นอายุ 20–29 ปี เป็นกลุ่มที่บาดเจ็บและเสียชีวิตมากที่สุด

ในระดับพื้นที่ จังหวัดแพร่มีสถิติอุบัติเหตุสะสมและผู้บาดเจ็บสูงสุด ขณะที่กรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตสะสมมากที่สุดถึง 21 ราย อย่างไรก็ตาม ยังมี 10 จังหวัดที่สามารถรักษาสถิติ “ตายเป็นศูนย์” ได้ตลอดช่วงควบคุมเข้มข้น
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า แม้ผลการดำเนินงานจะทำให้จำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 35.59, 37.53 และ 9.70 ตามลำดับ แต่ยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากยังมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางต่อเนื่องหลังเทศกาล

ศปถ.จึงกำชับทุกจังหวัดเดินหน้ามาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมเน้นย้ำการปรับพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะเป็น ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ หรือไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยหลักที่คร่าชีวิตผู้คนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยาผู้ประสบเหตุและครอบครัวอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย รวมถึงติดตามผู้กระทำผิด โดยเฉพาะคดีเมาแล้วขับที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ เพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

“แม้ 7 วันอันตรายจะสิ้นสุดลง แต่ภารกิจสร้างความปลอดภัยทางถนนจะต้องดำเนินต่อไปตลอดทั้งปี” อธิบดี ปภ. กล่าว พร้อมย้ำว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมกันถอดบทเรียน เพื่อนำไปสู่มาตรการที่ “ตรงจุด” และลดความสูญเสียให้ได้จริงในอนาคต
ท้ายที่สุด ศปถ.ฝากถึงประชาชนให้เริ่มต้นจากตัวเอง สวมหมวกกันน็อก คาดเข็มขัดนิรภัย เคารพกฎหมาย และมีน้ำใจบนท้องถนน เพราะทุกการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาที อาจหมายถึง “ชีวิต” ที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้อีก


