
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัญหาการใช้แรงงานเด็กยังคงเป็นวิกฤตที่ทั่วโลกต้องเผชิญ โดยข้อมูลล่าสุดจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และองค์การยูนิเซฟ ระบุว่า ปัจจุบันยังมีเด็กกว่า 138 ล้านคนทั่วโลกอยู่ในภาวะแรงงานเด็ก และในจำนวนนี้กว่า 54 ล้านคนต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และพัฒนาการของชีวิต
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แม้หลายประเทศจะพยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีเด็กจำนวนมากที่ถูกความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และข้อจำกัดทางสังคมผลักออกจากห้องเรียนเข้าสู่ตลาดแรงงานตั้งแต่อายุยังน้อย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานเด็กอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเด็กในครอบครัวเปราะบาง เด็กแรงงานข้ามชาติ และเด็กไทยที่มีความเสี่ยงต้องออกจากระบบการศึกษาเนื่องจากปัญหาด้านเศรษฐกิจและสภาพครอบครัว
กระทรวงแรงงานได้เร่งสร้างโอกาสที่เหมาะสมให้กับเยาวชน ผ่านโครงการส่งเสริมการมีงานทำในช่วงปิดภาคเรียน โดยร่วมมือกับสถานประกอบการชั้นนำกว่า 56 แห่งทั่วประเทศ เปิดรับตำแหน่งงานมากกว่า 10,000 อัตรา เพื่อให้นักเรียนและนักศึกษาได้มีรายได้เสริม ควบคู่กับการเรียนรู้ประสบการณ์ทำงานภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายแรงงาน
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาทักษะวิชาชีพให้แก่เยาวชนที่ไม่ได้ศึกษาต่อ เพื่อยกระดับจากแรงงานไร้ฝีมือสู่แรงงานมีฝีมือ เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้อย่างมั่นคงในอนาคต พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับสถานศึกษาในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน รวมถึงส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน
ในด้านการคุ้มครองสิทธิ กระทรวงแรงงานยังคงบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทำงานโดยเด็ดขาด ส่วนเด็กอายุ 15-17 ปี สามารถทำงานได้เฉพาะประเภทงานที่กฎหมายกำหนด และต้องได้รับการคุ้มครองด้านสวัสดิการ ชั่วโมงการทำงาน และความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด
พร้อมกันนี้ ยังผลักดันให้สถานประกอบกิจการทั่วประเทศประกาศตนเป็นสถานประกอบกิจการปลอดแรงงานเด็กและปลอดการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ตลอดจนยกระดับมาตรฐานแรงงานไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อคู่ค้าระหว่างประเทศ และเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยบนเวทีโลก
“การป้องกันแรงงานเด็กไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่คือการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้ พัฒนาศักยภาพ และเติบโตอย่างปลอดภัย เด็กในวันนี้คือกำลังสำคัญของประเทศในวันข้างหน้า รัฐบาลจึงมุ่งมั่นผลักดันทุกมาตรการเพื่อไม่ให้เด็กคนใดต้องสูญเสียอนาคตจากการถูกใช้แรงงานก่อนวัยอันควร” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว
