
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ บรรยากาศเปี่ยมด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญอายุวัฒนมงคล ครบ 73 ปี แด่ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

พิธีอันศักดิ์สิทธิ์จัดขึ้นโดยได้รับเมตตาจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ท่ามกลางศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนที่หลั่งไหลมาร่วมแสดงมุทิตาจิตอย่างเนืองแน่น

นายกรัฐมนตรีกราบถวายสักการะทั้งสองสมเด็จฯ ด้วยพานดอกไม้ ธูปเทียนแพ ผ้าไตร และเครื่องไทยธรรม ก่อนที่ประธานฝ่ายสงฆ์จะจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นนายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์อย่างสงบสำรวม เสียงสวดดังกังวานสะท้อนถึงพลังศรัทธาที่รวมเป็นหนึ่งเดียว

สำหรับ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี นามเดิม ธงชัย เอี่ยมสอาด เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496 ที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี อุปสมบทเมื่อปี พ.ศ. 2517 ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร สำเร็จนักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 6 ประโยค ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ประเทศฟิลิปปินส์

ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย ในราชทินนามยาว “สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ศรีศาสนกิจโกศล วิมลภาวนาวิกรม อุดมธรรมปฏิญาณ ไพศาลวิเทศสิกขาวราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี” ควบตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร

นอกจากบทบาทสำคัญในฝ่ายปกครองคณะสงฆ์แล้ว ท่านยังเป็นกำลังหลักด้านการศึกษาสงเคราะห์ โดยเฉพาะการผลักดันการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิร่มฉัตร ประธานมูลนิธิอี๋ ไต้ อี๋ ลู่ และประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ได้รับรางวัลห้องเรียนขงจื่อดีเด่นระดับโลกจากสำนักงานใหญ่ฮั่นปั้น สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบัน อาทิ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

วาระมงคล 73 ปีในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการแสดงมุทิตาจิตต่อพระเถระผู้ทรงคุณูปการ หากยังสะท้อนสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างภาครัฐกับสถาบันพระพุทธศาสนา ท่ามกลางพลังศรัทธาที่ยังคงหยั่งรากลึกในสังคมไทยอย่างมั่นคง


