
เหตุระทึกกลางขบวนรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง สร้างความแตกตื่นให้ผู้โดยสาร หลังมีเสียงกรีดร้องดังออกมาจากห้องคนขับ ขณะรถกำลังวิ่งให้บริการช่วง “รังสิต–ดอนเมือง” ล่าสุดกรมการขนส่งทางรางสั่งพักงานพนักงานขับรถหญิงรายดังกล่าวเป็นการชั่วคราว พร้อมเร่งสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมขนส่งทางราง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. กรมการขนส่งทางรางได้รับรายงานจากสื่อสังคมออนไลน์ กรณีผู้โดยสารโพสต์คลิปผ่าน TikTok ระบุว่า ในช่วงเวลาประมาณ 14.30 น. ระหว่างโดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดง ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องเป็นระยะจากห้องคนขับ จนผู้โดยสารบางส่วนทนไม่ไหว ต้องลุกไปเคาะประตู ก่อนเสียงจะเงียบลง
หลังรับทราบเหตุ กรมการขนส่งทางรางได้ประสานไปยัง บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงทันที เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมสั่ง “ระงับการปฏิบัติหน้าที่” ของพนักงานขับรถหญิงรายดังกล่าวเป็นการชั่วคราว จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า พนักงานขับรถหญิงปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 07.00–15.00 น. โดยขบวนที่เกิดเหตุเป็นเที่ยวสุดท้ายของวัน ออกจากสถานีรังสิตเวลา 14.30 น. มุ่งหน้าสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ระหว่างทางมีการกรีดร้องเป็นระยะจนถึงช่วงสถานีดอนเมือง เบื้องต้นคาดว่าเกิดจาก “ความเครียดสะสมและปัญหาส่วนตัว” อย่างไรก็ตาม พนักงานรายดังกล่าวยังสามารถควบคุมขบวนรถไปถึงปลายทางได้อย่างปลอดภัย
ประเด็นที่น่ากังวลคือ จากการรวบรวมข้อมูลของกรมการขนส่งทางราง พบว่า พนักงานขับรถไฟฟ้าของ รฟฟท. ยัง “ไม่มีการประเมินสุขภาพจิตก่อนเข้าทำงาน” แม้ในขั้นตอนก่อนปฏิบัติหน้าที่ บริษัทจะมีการตรวจความพร้อมร่างกายของพนักงานทุกครั้งก็ตาม
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 99 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่เข้ารับการตรวจสุขภาพ หรือทดสอบความสามารถเพิ่มเติม หากพบว่ามีคุณสมบัติไม่เหมาะสม และต้องจัดให้มีผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนทันทีในช่วงดังกล่าว
อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ย้ำว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนความสำคัญของ “ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ” ของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร จึงได้สั่งการให้ทบทวนการออกใบอนุญาตของพนักงานรายนี้ รวมถึงกำชับผู้ให้บริการยกระดับมาตรการตรวจสุขภาพจิตควบคู่สุขภาพกายอย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกัน ได้มีหนังสือถึงผู้ให้บริการ ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และรายงานผลกลับมายังกรมการขนส่งทางรางโดยเร็ว เพื่อพิจารณามาตรการเพิ่มเติมต่อไป ท่ามกลางคำถามจากสังคมถึงมาตรฐานความปลอดภัยของระบบขนส่งมวลชน ที่ไม่ควรมี “ช่องว่าง” แม้แต่วินาทีเดียว
