แถลงยึดยาบ้า-เฮโรฮีน-แฮปปี้วิลเตอร์-ไฟว์ไฟว์บิ๊กล็อตกว่า 300 ล้านแกะรอยนาน 2 ปี

เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ท.โชติช่วง รัศมี, พ.ต.ท.คงศักดิ์ ศรีโหร รอง ผกก.สายตรวจ
พร้อมด้วยชุดจับกุม ร่วมกันแถลงข่าวกรณีนำกำลังกองกำกับการสายตรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ไปตรวจค้นแหล่งพักยาเสพติด ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ สามารถตรวจยึดของกลาง ยาบ้า 15 ล้านเม็ด เฮโรอีน 443 แท่ง ไอซ์ 420 กิโลกรัมและยาเสพติดประเภทแฮปปี้วอเตอร์และยาไฟว์ไฟว์ อีกจำนวนมาก พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ที่มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติด

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นผลงานครั้งสำคัญ เพราะจุดดังกล่าวถือเป็นแหล่งพักยาที่ใหญ่ที่สุดในช่วงนี้ และอยู่ใจกลางประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ชุมชน ผู้ต้องหาที่ถูกจับก็พบประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจำนวนมาก วันนี้ตนจึงอยากมาให้กำลังใจชุดจับกุม รวมถึงชื่นชมรองผบ.ตร. ที่มีความเป็นห่วงเยาวชน ที่เป็นผู้เสพยาเสพติดส่วนใหญ่ โดยการจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นการสกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ ไม่ให้ออกไปแพร่ระบาด

หลังจากนึ้จะต้องไปดูในเรื่องข้อกฎหมายในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะเพื่อให้สอดคล้อง ยกระดับการป้องกัน คุมเข้มพื้นที่ ตามกฎหมายสามารถประกาศเป็นพื้นทึ่สงครามยาเสพติด โดยยกระดับในภูมิภาค ซึ่งรัฐบาลประกาศ 1 ปี ปราบยาเสพติด แต่ตนได้สั่งการทางปปส.ว่า ภายใน100 วันให้เห็นผล เราจะดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งกฎกมายที่มีอยู่แรงกว่าการตัดตอนเพราะเราจะยึดทรัพย์โครงข่ายทั้งหมด

พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ได้สืบทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยใช้รถยนต์ตระเวนส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าบริเวณถนนบรมราชชนนี และพื้นที่พุทธมณฑลสาย 5 จึงเฝ้าสืบสวนจนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้เช่าบ้านไว้เป็นที่เก็บซุกซ่อนยาเสพติด ในพื้นที่ตำบลลำพญา อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จนเมื่อ 2 วันก่อนพบมีการลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งที่พักอื่น มาพักที่บ้านเลขที่ 20/15 ซ.ลำพยา-บอสโก 2 ต.โพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจค้นและจับกุม

สำหรับ เครือข่ายนี้ ตำรวจ 191 ได้ติดตามจับกุมต่อเนื่องมา 4 คดีเป็นระยะเวลานานกว่า 2 ปีแล้ว โดยจุดที่เข้าไปตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาเมื่อคืนนี้ เป็นจุดพักยาที่กลุ่มผู้ต้องหาได้มีการขนย้ายยาเสพติดจากเซฟเฮาส์หลายแห่งมารวมกัน เพื่อหลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางสภ.เมืองนครปฐมได้ตั้งด่านอาชญากรรมมีการจับกุมผู้ต้องหาคือนายวราวุธ อินคล้าย 36 ปี ในความผิด มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง อีกทั้งยังเป็นผู้ต้องหาในข้อหาสมคบเพื่อการฟอกเงินของทางบช.ปส เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาทราบ จึงเกิดความกลัว ขนย้ายยาเสพติดมารวมกันที่นี่ ทำให้สามารถตรวจยึดของกลางได้ปริมาณมาก และยังพบเฮโรอีนซึ่งเป็นยาเสพติดที่ไม่ค่อยพบในประเทศไทย เนื่องจากมีต้นทุนสูง นอกจากนี้ ยังมียาเสพติดชนิดที่ผ่านการดัดแปลงมาแล้วเพื่อใช้สำหรับเสพในสถานบันเทิงด้วย เช่น แฮปปี้วอเทอร์ และไฟว์ไฟว์

พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายได้ให้การรับสารภาพ และให้การเป็นประโยชน์ โดยให้ข้อมูลว่าได้ว่าจ้างในการขนยาบ้า 1.8 ล้านบาท เฉลี่ยอยู่ที่คนละ 4.5 แสน ยังไม่รวมค่าจ้างขนเฮโลอีน ส่วนแฮปปี้วอเทอร์ ได้ค่าจ้างเป็นส่วนแบ่ง 10% จากยอดขาย
ซึ่งผบ.ตร. ได้เร่งสั่งการให้ขยายผลไปยังปลายทางต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่ามีการจำหน่ายยาเสพติดภายในประเทศให้กับกลุ่มผู้เสพ รวมไปถึงสถานบันเทิงในพื้นที่ด้วย ส่วนต้นทางของยาเสพติด พบว่ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ โดยเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เหตุใดการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ครั้งนี้ จึงเกิดขึ้นหลังจากมีมติให้พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ เป็นผบ.ตร.คนที่ 14 ทันที พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ ไม่ใช่การจัดฉาก แต่อาชญากรรมสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เมื่อมีโอกาสตำรวจก็มีหน้าที่ตัดโอกาสในการกระทำความผิดทันที คนร้ายไม่ได้มาบอกว่าจะขนยาวันไหน ซึ่งเมื่อคืนนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลได้โทรศัพท์มาแจ้งตนว่ามีเหตุเกิดขึ้น ตนก็ได้โทรศัพท์ไปแจ้งกับพล.ต.อ. ชินภัทร สารสิน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่รับผิดชอบงานเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ทางพล.ต.อ. ชินภัทรติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ตนไปดูที่เกิดเหตุแทน

เมื่อถามว่า การจับกุมครั้งนี้ เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ทำให้ถูกเชื่อมโยงไปถึงกรณีกำนันนกว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้อย่าไปโยงถึงกัน ใครทำคดีไหนก็ชัดเจน ต้องไปถามที่คนนั้น ตนเอง ดูในเรื่องของงานป้องกันปราบปราม เรื่องยาเสพติดก็ถือเป็นส่วนหนึ่งอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาตนเองได้ทำเรื่องชุมชนยั่งยืนมานานแล้ว คือเข้าไปแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน ไม่ได้เพิ่งมาทำตอนที่มีผลการคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทาง 191 ก็ได้แกะรอยเคสนี้มานานกว่า 2 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการที่จะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเน้นนโยบายหลักเรื่องยาเสพติดใช่หรือไม่ พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องยาเสพติด เป็นนโยบายหลักที่รัฐบาลได้กำชับอยู่แล้ว นอกจากนี้ ก็จะมีเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ คอลเซ็นเตอร์ รวมไปถึงเรื่องการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามเมื่อถามนโยบายในการดำรงตำแหน่งผบ.ตร. ทางพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องตำแหน่ง ขอยังไม่ตอบ โดยยังไม่อยากพูด จนกว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ ตอนนี้ตนยังเป็นแค่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ