โขนพระราชทานตราตรึงใจชาวหนองคาย”หนุมานชาญกำแหง”สะกดผู้ชมทั้งลานวัฒนธรรม

เมื่อค่ำวันที่ 22 มีนาคม 2569 บริเวณลานวัฒนธรรมพญานาค หน้าวัดลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแห่งศิลปะชั้นสูง ท่ามกลางประชาชนกว่า 4,000 คน ที่หลั่งไหลมาร่วมเป็นสักขีพยานในค่ำคืนอันทรงคุณค่า

โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานและร่วมชมการแสดงโขนพระราชทาน เรื่อง “รามเกียรติ์” ชุด “หนุมานชาญกำแหง” จากคณะนักแสดงโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

ภายในพิธีเต็มไปด้วยความสง่างามและเปี่ยมด้วยความจงรักภักดี เมื่อประธานในพิธีนำประชาชนจุดเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมถวายธูปเทียนแพแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ก่อนเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีจะดังกึกก้องไปทั่วทั้งลาน

บรรยากาศยิ่งเข้มข้นขึ้น เมื่อเวทีเปิดด้วยการแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ “นาฏยะสดุดีพระแม่ไทย” ชุด “นครีหล้าน้ำหนองคาย เทิดไท้องค์สิริกิติ์ พระราชมาตา” โดยเยาวชนจากโรงเรียนเทศบาล 1 สว่างวิทยา ถ่ายทอดความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณผ่านลีลาการร่ายรำอ่อนช้อย ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องอย่างซาบซึ้ง

ไฮไลต์ของค่ำคืนอยู่ที่การแสดงโขนพระราชทาน “หนุมานชาญกำแหง” ที่สะกดผู้ชมตั้งแต่ฉากเปิด “นารายณ์บรรทมสินธุ์” อันวิจิตรตระการตา ก่อนดำเนินเรื่องสู่การกำเนิดหนุมาน จนเติบโตเป็นขุนทหารเอกของพระราม ร่วมรบจนมีชัยเหนือทศกัณฐ์

การแสดงถ่ายทอดผ่านศิลปะโขนแบบดั้งเดิม ทั้งบทพากย์ เพลงหน้าพาทย์ และกระบวนท่าที่ทรงพลัง โดยเฉพาะลีลาของตัวลิงที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน สร้างทั้งความตื่นเต้น เสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม เมื่อเหล่านักแสดงลงจากเวทีทักทายเด็ก ๆ อย่างเป็นกันเอง

หลังจบการแสดงที่ยาวนานกว่า 2 ชั่วโมง ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบช่อดอกไม้แก่ผู้แทนนักแสดง นักดนตรี ผู้พากย์ และทีมงานทุกฝ่าย เพื่อแสดงความชื่นชมในความทุ่มเท

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า การจัดแสดงโขนพระราชทานครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงความบันเทิง หากเป็นการธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติ เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ที่ปลูกฝังรากเหง้าความเป็นไทยให้แก่เยาวชน

ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ระบุว่า การได้รับพระราชทานโขนในครั้งนี้นับเป็นเกียรติสูงสุดของจังหวัด อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้และความคึกคักให้กับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ค่ำคืนแห่งโขนพระราชทานในหนองคาย จึงไม่ใช่เพียงการแสดง หากแต่เป็นภาพสะท้อนของ “ศรัทธา ศิลปะ และความเป็นไทย” ที่ยังคงงดงามและทรงพลังไม่เสื่อมคลายไปตามกาลเวลา