
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา เดือนสิงหาคม 2568 ลดลงถึง 99.9% เหลือเพียง 10 ล้านบาท จากการปิดด่านต่อเนื่องนานหลายเดือน ทำให้เป็นการหดตัวต่อเนื่อง 3 เดือนติดต่อกัน
- เดือนมิถุนายน มูลค่า 10,908 ล้านบาท ลดลง 23.3%
- เดือนกรกฎาคมเหลือเพียง 376 ล้านบาท ลดลง 97.5%
- เดือนสิงหาคมเหลือ 10 ล้านบาท ลดลง 99.9%
โดยการส่งออกในเดือนสิงหาคมมียอดเพียง 7 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นไวน์ 5 ล้านบาท แร่และเชื้อเพลิง 1 ล้านบาท และวิสกี้ 1 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การค้าชายแดนรวมทั้งปี 2568 (ม.ค.–ส.ค.) ยังมีมูลค่า 636,219 ล้านบาท หดตัว 3.6% โดยการส่งออก 377,902 ล้านบาท ลดลง 6.7% ส่วนการนำเข้า 258,317 ล้านบาท กลับขยายตัว 1.2%
ขณะที่การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สามยังเติบโตแข็งแกร่ง เดือนสิงหาคมมีมูลค่ารวม 86,193 ล้านบาท ขยายตัว 20.9% โดยตลาดสำคัญคือ จีน 41,181 ล้านบาท โต 12.9% รองลงมาคือสิงคโปร์และเวียดนาม เติบโตสูงถึง 56% และ 27.8% ตามลำดับ สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ ทุเรียนสด และคอมพิวเตอร์
เมื่อรวมทั้งการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน 8 เดือนแรกปี 2568 มีมูลค่ารวม 1.33 ล้านล้านบาท ขยายตัว 9.2% ได้ดุลการค้า 188,666 ล้านบาท

นางอารดา ระบุว่า แม้การค้ากับกัมพูชาจะชะลอตัว แต่การค้าผ่านแดนกับจีน สิงคโปร์ และเวียดนามช่วยพยุงภาพรวม ทำให้ทั้งปี 2568 คาดว่ามูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนจะทำได้ตามเป้า 1.81–1.85 ล้านล้านบาท ขยายตัว 1–2%
สำหรับปี 2569 กรมฯ จะประเมินสถานการณ์ใหม่ โดยเบื้องต้นอาจไม่คำนวณตัวเลขการค้าฝั่งกัมพูชา หากยังปิดด่านต่อเนื่อง ส่วนเป้าหมายปี 2570 ที่ตั้งไว้ 2 ล้านล้านบาท อาจต้องปรับกลยุทธ์เพิ่มเติม
