คมนาคมเปิดทาง”แท็กซี่บินได้” ดึง EHang ปูพรม eVTOL ยกระดับประเทศสู่ยุคใหม่

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่กระทรวงคมนาคม บรรยากาศการประชุมไม่ได้เป็นเพียงการหารือทั่วไป หากแต่เป็นอีกหนึ่ง “สัญญาณเปลี่ยนผ่าน” ของระบบขนส่งไทย เมื่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม เปิดห้องประชุมต้อนรับผู้บริหารจาก EHang ผู้นำระดับโลกด้านอากาศยานไร้คนขับและเทคโนโลยี Advanced Air Mobility (AAM) เพื่อหารือการนำ “อากาศยานไฟฟ้าขึ้นลงแนวดิ่ง” หรือ eVTOL มาปรับใช้ในประเทศไทย

คณะผู้แทน EHang นำโดย Wang Zhao ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ พร้อมผู้บริหารในประเทศไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับหน่วยงานด้านการบินและนโยบายของไทยอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางความสนใจของภาครัฐที่ต้องการ “ยกระดับฟ้าไทย” ให้ก้าวทันโลก

นายพิพัฒน์ กล่าวอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลไทย “ไม่ปิดกั้น” เทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะการคมนาคมทางอากาศสมัยใหม่ที่สามารถต่อยอดได้ทั้งด้านการเดินทาง การแพทย์ฉุกเฉิน และภารกิจช่วยชีวิตในสถานการณ์วิกฤต แต่ย้ำว่า ทุกก้าวต้องเดินควบคู่กับ “ความปลอดภัย” ที่ประชาชนเชื่อมั่นได้ในระยะยาว

“เราเปิดรับ แต่ต้องมีกติกาที่ชัด” คือโจทย์สำคัญที่ถูกวางไว้ในห้องประชุม โดยได้มอบหมายให้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เร่งจัดทำกรอบกฎหมายและมาตรฐานรองรับอุตสาหกรรมการบินรูปแบบใหม่ ตั้งแต่การรับรองอากาศยาน การออกใบอนุญาต ไปจนถึงการบริหารจัดการจราจรทางอากาศยุคโดรน

ด้าน พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวย้ำว่า การเปิดน่านฟ้าให้ eVTOL ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนมาตรฐานสากลอย่างเข้มงวด พร้อมวางเงื่อนไขสำคัญ เช่น ผู้ประกอบการต้องมีฐานปฏิบัติการในไทย เพื่อให้รัฐสามารถกำกับ ตรวจสอบ และต่อยอดอุตสาหกรรมได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ฝั่ง EHang แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย โดยชี้ว่าไทยมี “จุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์” ทั้งด้านการท่องเที่ยว เมืองขนาดใหญ่ที่เผชิญปัญหาการจราจร และความต้องการระบบขนส่งฉุกเฉินที่รวดเร็ว ซึ่ง eVTOL สามารถเข้ามาเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทมองไกลถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อภารกิจช่วยชีวิต การขนส่งสินค้าในพื้นที่ห่างไกล และการพัฒนาระบบพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อรองรับอากาศยานไฟฟ้าในอนาคต

ที่น่าจับตาคือ EHang ยังแสดงความสนใจตั้ง “ฐานปฏิบัติการในไทย” อย่างจริงจัง พร้อมขอคำแนะนำด้านกฎหมายและการลงทุน โดยภาครัฐไทยเตรียมประสานงานผ่าน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันให้เกิดการร่วมทุนและถ่ายทอดเทคโนโลยี

การหารือครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การพูดคุยเชิงเทคนิค แต่คือ “ก้าวแรก” ของการปักหมุดอนาคต ที่อาจเปลี่ยนภาพการเดินทางของคนไทย จากถนนที่ติดขัด สู่ท้องฟ้าที่เปิดกว้างในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า