ตากลุยตรวจเข้มราคาพืชผล–เส้นทางเถื่อนหยุดเลือดไหลการค้าไทย–เมียนมา

สถานการณ์การค้าชายแดนไทย–เมียนมา โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดตาก กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าเกษตรและความเสี่ยงจากการลักลอบค้าขายผ่านช่องทางนอกระบบ ล่าสุด พาณิชย์จังหวัดตาก ผนึกกำลังฝ่ายปกครอง หน่วยงานความมั่นคง และทหารหน่วยเฉพาะกิจราชมนู ลงพื้นที่เชิงรุกในอำเภออุ้มผางและอำเภอพบพระ เพื่อประเมินสถานการณ์ทุกมิติ หวังรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจชายแดนและคุ้มครองผลประโยชน์ของเกษตรกรในพื้นที่

นายนิรันดร์ ชุมพลอนันต์ พาณิชย์จังหวัดตาก พร้อมด้วย นางสาวอมรรัตน์ จันทร์ลอย หัวหน้ากลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า และพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภออุ้มผาง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การรับซื้อพืชผลเกษตรสำคัญ ซึ่งถือเป็นต้นทางการผลิตที่มีบทบาทต่อระบบการค้าชายแดนอย่างมีนัยสำคัญ

จากการติดตามพบว่า พืชเศรษฐกิจหลักยังคงออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ชนิดเมล็ด ความชื้นเฉลี่ย 17–18% เกษตรกรสามารถจำหน่ายได้ในราคา 6.60–6.80 บาทต่อกิโลกรัม มีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วประมาณร้อยละ 75 ขณะที่มันสำปะหลัง เกษตรกรส่วนใหญ่นำมาแปรรูปเป็นมันเส้น จำหน่ายในราคา 4.80–5.00 บาทต่อกิโลกรัม มีผลผลิตออกสู่ตลาดร้อยละ 15 ส่วนหมากแห้งเริ่มเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว มีพ่อค้าจากต่างพื้นที่เข้ามารับซื้อในราคา 40–60 บาทต่อกิโลกรัม

พาณิชย์จังหวัดตากย้ำว่า ราคาสินค้าเกษตรยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับกลไกตลาด พร้อมกำชับผู้ประกอบการรับซื้อสินค้าเกษตรควบคุม ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังสด และมันเส้น ต้องปิดป้ายแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน รับซื้อตามชั้นคุณภาพ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังได้เร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการสมัครและยื่นขออนุญาตขนย้ายสินค้าเกษตรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Permit) เพื่ออำนวยความสะดวก ลดขั้นตอน ลดความล่าช้า และเพิ่มความโปร่งใสในการเคลื่อนย้ายสินค้าเพื่อการจำหน่ายหรือแปรรูป

ขณะเดียวกัน คณะทำงานยังได้ขยายการตรวจสอบไปยังสถานการณ์การค้าชายแดนไทย–เมียนมา ในช่องทางอื่นนอกทางอนุมัติ ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 86 วรรค 2 โดยร่วมกับฝ่ายปกครอง หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองร้อยทหารราบที่ 1422 ลงพื้นที่ตรวจติดตามการนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตร แร่พลวง และสินค้าอุปโภคบริโภค

จุดตรวจสำคัญครอบคลุมช่องทางบ้านเปิ่งเคลิ่ง (เล่หล่อซอ) อำเภออุ้มผาง บริเวณสุดเขตชายแดนประเทศไทย รวมถึงช่องทางบ้านวาเล่ย์เหนือ และช่องทางบ้านหมื่นฤาชัย อำเภอพบพระ ซึ่งถือเป็นพื้นที่แนวหน้าที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากการลักลอบค้าผิดกฎหมาย

พาณิชย์จังหวัดตาก ระบุว่า การลงพื้นที่เชิงรุกครั้งนี้ เป็นกลไกสำคัญในการคุมเกมเศรษฐกิจชายแดน ควบคู่กับการดูแลราคาสินค้าเกษตรไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบ พร้อมสร้างความมั่นใจว่าการค้าการขายและการเคลื่อนย้ายสินค้าในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก จะเป็นไปอย่างถูกต้อง มีระบบ และไม่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

ข่าว/ภาพ : อัศวิน พินิจวงษ์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดตาก