รัฐบาลประกาศเดินหน้า BOI Fast Track ดึงลงทุนทะลุ 2 แสนล้านในไตรมาสแรก

นายเอกนิติ นิติทัณฑประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลสรุปการหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน โดยยอมรับว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไทยกำลังเผชิญ “จังหวะสำคัญ” ที่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประเทศ หากสามารถคว้าโอกาสจากการย้ายฐานการผลิต การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานเข้าสู่ภูมิภาคได้ทันเวลา

นายเอกนิติ ระบุว่า ข้อเสนอจากภาคเอกชนถูกแบ่งออกเป็น 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการผลักดันอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งทุกภาคส่วนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต” โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ระบบบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาศักยภาพแรงงานไทย เพื่อรองรับการแข่งขันครั้งใหม่ของเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้รัฐบาลเร่งใช้ประโยชน์จากการลงทุนของต่างชาติให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ หรือ New Growth Engines ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่จะเร่งเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ผู้ประกอบการไทยทุกระดับ ทั้ง SME, Micro SME และผู้ประกอบการท้องถิ่น ให้สามารถเข้าถึงมาตรการสนับสนุนของภาครัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายเอกนิติ ยอมรับว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ภาคเอกชนสะท้อนตรงกัน คือ ความล่าช้าของขั้นตอนอนุญาต กฎระเบียบที่ซ้ำซ้อน รวมถึงข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการแข่งขันของประเทศ รัฐบาลจึงอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขเพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนที่คล่องตัว โปร่งใส และแข่งขันได้ในระดับสากล

ทั้งนี้ มาตรการ BOI Fast Track เริ่มเห็นผลชัดเจน หลังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจริงได้มากกว่า 200,000 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสแรกของปี สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจไทยและทิศทางนโยบายของรัฐบาล

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่า รัฐบาลพร้อมนำทุกข้อเสนอจากภาคเอกชนไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง พร้อมฟื้นบทบาทคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. ให้กลับมาเป็นกลไกเชิงรุกอีกครั้ง เพื่อผนึกกำลังระหว่างรัฐและเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นระบบ สร้างความเข้มแข็งจากฐานราก และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว