
รัฐบาลลุยแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ 4 วางเป้ากวาดรายได้ 4 ล้านล้านบาท พร้อมเล็งชงฟรีวีซ่า “เม็กซิโก-โคลอมเบีย-อุซเบกิสถาน-เบลารุส” ดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้ร่วมกันหารือทิศทางการจัดทำแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ยกระดับสินค้าและบริการสู่มาตรฐานสากล พร้อมตั้งเป้าหมายกวาดรายได้จากการท่องเที่ยวรวมไม่น้อยกว่า 4 ล้านล้านบาท และผลักดันอันดับดัชนีการพัฒนาการเดินทางและการท่องเที่ยว (TTDI) ของไทยให้อยู่ใน 30 อันดับแรกของโลก
ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ (Cruise Tourism) และเรือยอร์ช (Yacht Tourism) ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำกรอบแนวทางพัฒนาท่าเทียบเรือและท่าจอดเรือให้เพียงพอกับความต้องการ นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดกระแสความสนใจจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2569 ในการโปรโมตเสน่ห์ไทยและเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงกรุงเทพฯ และอยุธยา พร้อมขยายตลาดนักท่องเที่ยวทั้งระยะใกล้ เช่น ไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และตลาดระยะไกลผ่านการร่วมมือกับสายการบินและบริษัทนำเที่ยว
ในมิติตลาดและการกระจายรายได้ ที่ประชุมเสนอให้จัดทำปฏิทินกิจกรรมท่องเที่ยวรายจังหวัดตลอดทั้งปีในรูปแบบหลายภาษา พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและทัวร์ผลไม้ตามฤดูกาลในเขตภาคตะวันออก เพื่อกระจายรายได้สู่เกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรง ขณะเดียวกัน ทาง ททท. เตรียมเสนอมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (ฟรีวีซ่า) สำหรับนักท่องเที่ยว 4 ประเทศที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ เม็กซิโก โคลอมเบีย อุซเบกิสถาน และเบลารุส ต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 นี้ ควบคู่ไปกับการเร่งรัดระบบ E-Visa ของกระทรวงการต่างประเทศ และการเพิ่มประสิทธิภาพตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกให้นักเดินทาง
สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างการบริหารงาน ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีกำหนดเสนอสภาในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พร้อมทั้งเห็นชอบให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวในระยะเปลี่ยนผ่าน โดยมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการฯ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจอย่างต่อเนื่อง ส่วนมาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบคอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป (ยังไม่มีการจัดเก็บในขณะนี้)
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้รายได้กระจายไปถึงทุกภาคส่วน ตั้งแต่สายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร ไปจนถึงชุมชนท้องถิ่น ตามทิศทางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4” นางสาวลลิดากล่าวทิ้งท้าย
