เปิดตำนานฮาโลวีนคืนปล่อยผี! ย้อนรอยจากความเชื่อสู่สีสัน ทำไมต้องแต่งผี–แกะฟักทอง

ไขตำนานคืนปล่อยผี “ฮาโลวีน” จากเทศกาลสิ้นฤดูเก็บเกี่ยวของชาวเซลต์ สู่ค่ำคืนแห่งความสนุก พร้อมรู้จักฟักทองเรืองแสง ชุดแฟนซี และธรรมเนียม “Trick or Treat”

เมื่อถึงวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี ภาพฟักทองแกะสลักเรืองแสง แม่มด และผู้คนในชุดผีสารพัดรูปแบบ กลายเป็นสัญญาณของ “วันฮาโลวีน” เทศกาลที่นำความลึกลับมาสร้างสีสันและความสนุกสนาน แต่เบื้องหลังค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง กลับมีรากจากความเชื่อโบราณเกี่ยวกับฤดูกาลและการกลับมาของวิญญาณผู้ล่วงลับ

ฮาโลวีนมีรากส่วนหนึ่งเชื่อมโยงกับเทศกาล “ซอว์อิน” (Samhain) ของชาวเซลต์ในยุโรป โดยเฉพาะบริเวณไอร์แลนด์และสกอตแลนด์ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูเก็บเกี่ยวเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งในอดีตหมายถึงการเผชิญความมืด ความหนาวเย็น และความไม่แน่นอนในการดำรงชีวิต

ตามความเชื่อดั้งเดิม ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นห้วงที่พรมแดนระหว่างโลกของคนเป็นกับโลกของผู้ล่วงลับเลือนรางลง วิญญาณจึงอาจกลับมาเยือนโลกมนุษย์ ทั้งเพื่อเยี่ยมครอบครัวหรือสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คน ความเชื่อนี้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าที่ทำให้ฮาโลวีนผูกพันกับภาพภูตผีและสิ่งเหนือธรรมชาติมาจนถึงปัจจุบัน

อีกองค์ประกอบสำคัญมาจากประเพณีคริสต์ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนเป็น “วันสมโภชนักบุญทั้งหลาย” หรือ All Saints’ Day ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า All Hallows’ Day คืนก่อนหน้านั้นจึงเรียกว่า “All Hallows’ Eve” ก่อนที่ชื่อจะค่อย ๆ ย่อรูปเป็น “Halloween” การเฉลิมฉลองจึงสะสมและผสมผสานธรรมเนียมจากหลายยุคสมัยเข้าด้วยกัน

หนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือ “แจ็กโอแลนเทิร์น” (Jack-o’-lantern) หรือโคมฟักทองแกะสลักเป็นใบหน้า ใส่เทียนหรือไฟไว้ภายใน แล้วนำไปประดับหน้าบ้าน หน้าต่าง และทางเดิน ให้บรรยากาศทั้งชวนหลอนและสะดุดตา โดยธรรมเนียมแกะสลักโคมจากพืชในไอร์แลนด์และสกอตแลนด์มีมาก่อนการใช้ฟักทองอย่างแพร่หลายในอเมริกา

ส่วนการแต่งกายแฟนซีเป็นกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ร่วมสนุก ตั้งแต่ชุดผี แม่มด และตัวละครลึกลับ ไปจนถึงตัวละครจากภาพยนตร์หรือจินตนาการ กลายเป็นสีสันสำคัญของงานเลี้ยงและกิจกรรมในเทศกาล

อีกธรรมเนียมที่ขาดไม่ได้คือ “Trick or Treat” เด็ก ๆ จะแต่งตัวเดินเคาะประตูบ้านในละแวกใกล้เคียงเพื่อขอขนม พร้อมกล่าววลีที่มักแปลกันว่า “หลอกหรือเลี้ยง” สื่อถึงการเลือกระหว่างมอบขนมกับเจอการเล่นแผลง ๆ ตามธรรมเนียม อย่างไรก็ตาม การร่วมสนุกในปัจจุบันมักเน้นการแจกขนมและบรรยากาศเป็นมิตรระหว่างเพื่อนบ้าน

จากประเพณีในยุโรป ฮาโลวีนค่อย ๆ แพร่หลายและพัฒนาเป็นเทศกาลที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศในเอเชียและประเทศไทย ซึ่งมีทั้งการจัดงานแฟนซี ปาร์ตี้ ตลอดจนตกแต่งบ้าน ร้านค้า และสถานที่ต่าง ๆ ด้วยธีมภูตผีและความลึกลับ

ฮาโลวีนในวันนี้จึงมีทั้งเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับผู้ล่วงลับ ร่องรอยประเพณีทางศาสนา และความสนุกของวัฒนธรรมร่วมสมัย หลอมรวมเป็นค่ำคืนที่ผู้คนได้ใช้จินตนาการ เปลี่ยนความน่ากลัวให้เป็นสีสันของการเฉลิมฉลองทุกวันที่ 31 ตุลาคม