‘อรรถวิชช์’ จี้แก้น้ำมันให้สุดซอย เสนอเพดาน 35 บาทช่วยขนส่ง

สส.รวมไทยสร้างชาติ ให้กำลังใจเครือข่ายขนส่ง 13 สมาคม จี้พลังงานแก้ราคาน้ำมันให้สุดซอย เลิกอิงสิงคโปร์ เสนอเพดานดีเซล–แก๊สโซฮอล์ 95 ไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.รแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เดินทางไปให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุมจากสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยและเครือข่าย 13 สมาคม บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน พร้อมพูดคุยรับฟังปัญหาจาก ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์ฯ หลังผู้ประกอบการขนส่งได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จนแบกรับต้นทุนแทบไม่ไหว

ดร.อรรถวิชช์กล่าวว่า พร้อมสนับสนุนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้เดินหน้าแก้ปัญหาจนสำเร็จ เพราะเห็นถึงความตั้งใจและการเริ่มลงมือแก้ไขแล้ว แต่ต้องผลักดันต่อให้ “สุดซอย” โดยเฉพาะการยกเลิกอ้างอิงราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์อย่างแท้จริง เพื่อให้ประชาชนและภาคขนส่งได้ใช้น้ำมันในราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมเสนอให้กำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 95 ไม่เกินลิตรละ 35 บาท ควบคู่กับการทบทวนโครงสร้างราคา เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนของผู้ประกอบการและลดแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน

สำหรับมาตรการลดราคาน้ำมันดีเซล B20 ดร.อรรถวิชช์เห็นว่า ยังไม่ตอบโจทย์ปัญหาของภาคขนส่ง เนื่องจากน้ำมันหลักที่รถบรรทุกใช้คือดีเซล B7 ซึ่งตามข้อมูลที่ตนระบุ มีราคาสูงถึงลิตรละ 42.54 บาทแล้ว การช่วยเหลือจึงต้องตรงกับชนิดน้ำมันที่ผู้ประกอบการใช้งานจริง หากปล่อยให้ต้นทุนเชื้อเพลิงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ผู้ประกอบการบางรายอาจไม่สามารถเดินรถต่อได้ และแรงกดดันด้านต้นทุนอาจส่งผ่านไปยังค่าขนส่งและราคาสินค้า กระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง

ดร.อรรถวิชช์เสนอว่า กระทรวงพลังงานควรเร่งทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน โดยเฉพาะส่วนของโรงกลั่น พร้อมระบุว่า โรงกลั่นสามารถทำกำไรในระดับสูงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงปลายปี จึงถึงเวลาที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนไทย และร่วมรับภาระในช่วงที่ประชาชนและผู้ประกอบการกำลังเดือดร้อน เพื่อช่วยลดราคาน้ำมันปลายทางและให้ภาคขนส่งเดินหน้าต่อได้

นอกจากนี้ ยังเสนอให้กระทรวงพลังงานประสานกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันการใช้กลไกสินค้าควบคุมเพื่อกำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 95 ไม่เกินลิตรละ 35 บาท ควบคู่กับการปรับโครงสร้างราคาให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

ดร.อรรถวิชช์ย้ำว่า การเดินทางมาครั้งนี้ต้องการให้กำลังใจทั้งผู้ประกอบการขนส่งที่กำลังเผชิญปัญหา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่กำลังเดินหน้าแก้ไข โดยขอให้ผลักดันมาตรการต่อเนื่องจนเกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะสิ่งที่ประชาชนรอคอยคือราคาน้ำมันที่ลดลง และภาระค่าครองชีพที่เบาลงจริง