‘เอกนิติ’หนึ่งเดียวจากอาเซียนร่วมเสวนาเศษฐกิจบนเวทีการเงินโลก

บรรยากาศการประชุม IMF–World Bank Spring Meetings 2026 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เข้มข้นขึ้นทันที เมื่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทย ขึ้นเวทีเสวนาหัวข้อ “The Debate on the Global Economy” ร่วมกับผู้นำเศรษฐกิจระดับโลก

บนเวทีเดียวกันยังมีบุคคลสำคัญ อาทิ Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการ International Monetary Fund, Mohammed Al-Jadaan รัฐมนตรีคลังซาอุดีอาระเบีย, François Villeroy de Galhau ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส, Eswar Prasad นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล และ Martina Cheung ซีอีโอของ S&P Global


“พายุพลังงาน” กดดันเศรษฐกิจโลก

นายเอกนิติส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่า ประเทศไทยในฐานะ “ผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ” กำลังเผชิญแรงกระแทกทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

แรงกดดันดังกล่าวอาจนำไปสู่สถานการณ์อันเปราะบางที่หลายประเทศหวั่นเกรง—ภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่เงินเฟ้อสูง ซึ่งเป็นหนึ่งใน “ฝันร้าย” ของผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก


“Economic Security” ตัวแปรใหม่ของนักลงทุนโลก

ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น รองนายกฯ ไทยชี้ว่า “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” กำลังกลายเป็นปัจจัยหลักที่นักลงทุนใช้ตัดสินใจ

ประเทศไทยจึงพยายาม “พลิกเกม” จากผู้ได้รับผลกระทบ สู่ประเทศเป้าหมายของการลงทุน โดยชูจุดแข็งสำคัญคือ

  • ความเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” (Secure Place)
  • การปฏิรูปกฎระเบียบ ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน
  • การยกระดับผลิตภาพทางเศรษฐกิจ

ทั้งหมดนี้ถูกวางเป็นยุทธศาสตร์หลักเพื่อดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วงเวลาที่การแข่งขันทั่วโลกทวีความรุนแรง


เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน ท่ามกลางงบจำกัด

ในอีกด้าน ไทยยังเร่งเดินหน้า Energy Transition หรือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดความเปราะบางจากราคาพลังงานโลก

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ “ข้อจำกัดด้านงบประมาณ” หรือ Limited Fiscal Space ซึ่งบีบให้รัฐบาลต้องใช้นโยบายอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด


สูตร 4T รับมือวิกฤต

รัฐบาลไทยจึงยึดกรอบนโยบาย “4T” เป็นแกนหลัก ได้แก่

  • Target – มาตรการต้องตรงจุด
  • Transition – รองรับการเปลี่ยนผ่าน
  • Transformation – ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
  • Together – ความร่วมมือทุกภาคส่วน

แนวทางนี้ถูกออกแบบเพื่อ “เอาตัวรอด” และ “เติบโต” ไปพร้อมกันในยุคเศรษฐกิจโลกผันผวน


เสถียรภาพไทยยังแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนโลก

แม้เผชิญแรงกดดันจากภายนอก นายเอกนิติย้ำว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง

  • ดุลการชำระเงินอยู่ในระดับมั่นคง
  • ทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นกว่า 2.5 เท่า
  • ครอบคลุมการนำเข้าสูงถึง 10 เดือน

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อน “กันชนทางเศรษฐกิจ” ที่ยังรองรับความผันผวนได้


เรียกร้อง IMF–World Bank ผนึกกำลังโลก

ท้ายที่สุด รองนายกฯ ไทยเรียกร้องให้สถาบันการเงินระดับโลก โดยเฉพาะ International Monetary Fund และ World Bank เข้ามามีบทบาทเชิงรุกมากขึ้น

ทั้งในด้าน

  • การประสานความช่วยเหลือ
  • การระดมทุนให้ประเทศที่เปราะบาง

นายเอกนิติ ย้ำว่า “รากฐานที่มั่นคง” จะเป็นกุญแจสำคัญในการพาเศรษฐกิจโลกก้าวไปสู่ “New Horizons” — ธีมหลักของการประชุมครั้งนี้ และยังเชื่อมโยงไปถึงการที่ประเทศไทยเตรียมรับบทเจ้าภาพในอนาคต