
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายป้องกันปราบปราม เป็นประธานการประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือความเสี่ยงอาชญากรรมร้านทองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางสถานการณ์ราคาทองคำที่ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง
การประชุมจัดขึ้น ณ ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมี ผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร. พร้อมผู้แทนจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจท่องเที่ยว สมาคมค้าทองคำ สำนักงาน คปภ. และภาคเอกชน

พล.ต.ท.สยาม บุญสม
พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีร้านทองรวมทั้งสิ้น 1,129 แห่ง โดยตำรวจได้ประเมินระดับความปลอดภัยและจัดกลุ่มความเสี่ยงออกเป็น 3 ระดับ พบว่า มีร้านทองที่เข้าข่ายความเสี่ยงสูงสุด หรือ “กลุ่มสีแดง” มากถึง 147 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่มีมาตรการป้องกันต่ำและตั้งอยู่ในพื้นที่ล่อแหลม ขณะที่ร้านทองระดับปลอดภัยสูง หรือ “สีเขียว” มี 435 แห่ง และระดับปานกลาง หรือ “สีเหลือง” 547 แห่ง
รอง ผบ.ตร.ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจนครบาลต้องยกระดับมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง เนื่องจากราคาทองคำที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญให้กลุ่มคนร้ายก่อเหตุในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการปล้นชิงทรัพย์และการก่อเหตุรุนแรง

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์
จากการหารือ ที่ประชุมมีมติร่วมกันให้เพิ่มความเข้มข้นด้านความปลอดภัยร้านทอง ครอบคลุมทั้งการเสริมมาตรการทางกายภาพ การเพิ่มความระมัดระวังของพนักงาน การติดตั้งและใช้เทคโนโลยีตรวจจับและแจ้งเหตุ ตลอดจนการกำหนดแนวทางปฏิบัติร่วมกันให้เป็นมาตรฐานเดียวทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ยังสั่งการให้ตำรวจทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุและแผนก้าวสกัดให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ผู้ลงทุน และนักท่องเที่ยว ว่าพื้นที่เมืองหลวงยังอยู่ภายใต้การดูแลด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
