พิมายอ่วมผักแพง! ต้นหอมโลละ 150 คะน้า 60 คนซื้อกระเป๋าฝืด ซ้ำสับสนกระเพรา 4 สายพันธุ์

ตลาดพิมายเจอผักแพง ต้นหอมแตะกิโลกรัมละ 150 บาท คะน้าขยับจากกิโลกรัมละ 20–30 บาท เป็น 60 บาท สวนทางกำลังซื้อ ขณะที่พ่อค้าจี้รัฐชี้แจงสิทธิกะเพรา 4 พันธุ์ หลังชาวบ้านยังเข้าใจคลาดเคลื่อน

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดสดพิมายเมืองใหม่ ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สำรวจราคาผักและบรรยากาศการค้าขาย พบว่าผักหลายชนิดยังมีราคาสูง โดยเฉพาะต้นหอม ผักชี และคะน้า แม่ค้าระบุว่า แหล่งเพาะปลูกได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนยังไม่แน่นอน ส่งผลให้ค้าขายยากขึ้น

นางสาวนงเยาว์ ปุสันเทียะ อายุ 44 ปี แม่ค้าขายผักภายในตลาด เปิดเผยว่า ราคาผักปรับขึ้นเป็นบางชนิด ส่วนบางชนิดยังมีราคาถูก โดยได้รับแจ้งจากตลาดค้าส่งว่า พื้นที่เพาะปลูกหลายแห่งประสบอุทกภัย พืชผักเสียหาย จึงมีผลผลิตส่งมาจำหน่ายน้อยลงและทำให้ราคาสูงขึ้น

สำหรับราคาผักที่จำหน่ายในช่วงนี้ มะเขือคัดขนาดสวย ถุงละ 10 กิโลกรัม ราคา 280 บาท ส่วนผักกินใบที่มีราคาสูง ได้แก่ ต้นหอม กิโลกรัมละ 150 บาท ผักชี กิโลกรัมละ 120 บาท และคะน้า กิโลกรัมละ 60 บาท จากเดิมที่คะน้าเคยขายเพียงกิโลกรัมละ 20–30 บาท

นางสาวนงเยาว์กล่าวว่า ราคาผักที่สูงขึ้นทำให้ค้าขายลำบาก ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของลูกค้า บางวันมีคนมาซื้อจำนวนมาก แต่บางวันกลับเงียบเหงา ยอดขายไม่แน่นอน เพราะประชาชนมีเงินจับจ่ายจำกัด

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์การจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 พันธุ์ ได้แก่ “แก้วจุรี 01–04” ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้มีลักษณะเหมาะกับการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสำเร็จรูป พบว่ายังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในกลุ่มผู้ค้าและประชาชนบางส่วน โดยเข้าใจว่าการคุ้มครองดังกล่าวครอบคลุมกะเพราทุกชนิดในประเทศไทย

นายชาญ สนิทชอบ อายุ 58 ปี พ่อค้าขายผักรายหนึ่ง กล่าวว่า ได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ามีการ “จดลิขสิทธิ์กะเพราทุกชนิด” จึงเกิดความกังวล เพราะกะเพราเป็นพืชที่ประชาชนปลูกและใช้ประกอบอาหารกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย พร้อมฝากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้องว่าการคุ้มครองมีขอบเขตเพียงใด และกระทบต่อการปลูกหรือค้าขายอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงของกรณีนี้เป็นการ “จดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยบริษัท ซีพีแรม จำกัด เป็นผู้ทรงสิทธิในกะเพราพันธุ์แก้วจุรี 01–04 ไม่ใช่การจดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ครอบคลุมกะเพราทุกชนิดในประเทศไทย

ขอบเขตการคุ้มครองเกี่ยวข้องกับส่วนขยายพันธุ์ของกะเพราเฉพาะพันธุ์ที่ได้รับการจดทะเบียน เช่น เมล็ดหรือต้นพันธุ์ การนำไปผลิตหรือขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเป็นการละเมิดสิทธิ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาตามเงื่อนไขและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด ส่วนกะเพราพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สิทธิคุ้มครองดังกล่าว ประชาชนยังสามารถปลูก เก็บเมล็ด ขยายพันธุ์ และจำหน่ายได้ตามปกติ

สำหรับการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิของผู้ทรงสิทธิในพันธุ์พืชใหม่ ตามมาตรา 64 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยไม่ได้หมายความว่าการปลูกกะเพราทั่วไปหรือการขายใบกะเพราเพื่อประกอบอาหารจะเป็นความผิดทั้งหมดตามที่มีการเข้าใจคลาดเคลื่อน

ข่าว/ภาพ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา