ลุ้นต่อถึงสิ้นปี 2570! จ่อชง ครม.ยืดตั๋วเหมาจ่ายรถไฟฟ้าแดง–ม่วง

ลุ้นต่ออายุตั๋วเหมาจ่ายรายวันสายสีแดง–สีม่วง หลังยอดผู้โดยสารผ่านบัตร EMV เฉลี่ยรวม 37,113 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 121.54% คมนาคมเตรียมเสนอ ครม.พิจารณา

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยกระทรวงคมนาคมมอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน ซึ่งมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ได้พิจารณาข้อเสนอขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าวไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 เพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางของประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยกระทรวงคมนาคมจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับข้อเสนอขยายมาตรการ ครอบคลุมรถไฟชานเมืองสายสีแดงของ รฟท. ได้แก่ สายนครวิถี ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–ตลิ่งชัน และสายธานีรัถยา ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–รังสิต รวมถึงรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม หรือสายสีม่วง ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยข้อมูลสะสมถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า การใช้บริการผ่านบัตร EMV Contactless หรือบัตรชำระเงินแบบแตะจ่าย เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

รถไฟฟ้าสายสีแดงมีผู้โดยสารผ่านบัตรดังกล่าวเฉลี่ย 9,460 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 89.01% และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.31 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 212.43% ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงมีผู้โดยสารเฉลี่ย 27,653 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 135.41% และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.60 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 275.00%

เมื่อรวมทั้ง 2 สาย มีผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่านบัตร EMV Contactless เฉลี่ย 37,113 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 121.54% สะท้อนผลเชิงบวกของมาตรการในการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนทางราง ทั้งด้านจำนวนผู้โดยสารและรายได้ค่าโดยสาร

นางสาวพลอยทะเล ระบุว่า แนวโน้มการใช้บัตร EMV Contactless ชำระค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น เป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาขยายระยะเวลามาตรการ เพื่อให้การช่วยลดภาระค่าเดินทางของประชาชนดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง