วิกฤตน้ำมันบีบคอประมงไทย สมาคมฯ ร้องรัฐเร่งแก้ก่อนสายเกินไป

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศการหารือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการประมงเป็นไปอย่างตึงเครียด สะท้อนวิกฤตต้นทุนที่กำลังบีบรัดภาคการประมงไทยอย่างหนัก สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย นำโดยนายไตรฤกษ์ มือสันทัด นายกสมาคมฯ ได้นำตัวแทนผู้ประกอบการเข้าพบนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งหาทางออกปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง จนกระทบต่อการออกเรือและความอยู่รอดของธุรกิจ

นายพิพัฒน์กล่าวระหว่างการหารือว่า การพูดคุยกันเช่นนี้คือทางออกที่เหมาะสมที่สุด พร้อมย้ำว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังทุกปัญหา โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ความไม่สงบในอ่าวเปอร์เซียกำลังกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนสมาคมประมงได้ยื่นข้อเรียกร้องเร่งด่วนต่อรัฐบาล โดยขอให้ตรึงราคาน้ำมันเขียวไม่เกินลิตรละ 30 บาท เทียบเท่าราคาหน้าปั๊ม พร้อมเสนอให้นำเงินจากกองทุนน้ำมันมาใช้พยุงราคาผ่านผู้ค้าคนกลาง เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของเรือประมงที่เติมน้ำมันบนฝั่ง

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปลดล็อกการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศสำหรับภาคประมง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน หลังแม้จะเคยมีมติคณะรัฐมนตรีรองรับ แต่ยังติดขัดด้านกฎระเบียบจนไม่สามารถดำเนินการได้จริง

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือการลดค่าการกลั่นน้ำมันเขียวลงลิตรละ 5 บาท และการช่วยเหลือประมงพื้นบ้าน ซึ่งกำลังเผชิญภาระต้นทุนทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล โดยต้องการให้สามารถเข้าถึงเชื้อเพลิงในราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น

วิกฤตครั้งนี้ไม่เพียงสะเทือนผู้ประกอบการ แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปถึงทั้งห่วงโซ่อาหารทะเล หากไร้มาตรการเร่งด่วนจากภาครัฐ อาจทำให้ “เรือประมงไทย” ต้องจอดนิ่ง และกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ยากจะแก้ไขในระยะยาว