
จาก “ยอดขาย” สู่ “เครดิต” คลังจับมือแบงก์รัฐและ บสย. เปิดสินเชื่อ AI นกกระซิบ วงเงินตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้าน หวังปลดล็อกทุนให้รายย่อยและ SMEs
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ผู้แทนธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ร่วมเปิดตัวโครงการ ณ กระทรวงการคลัง
ดร.เอกนิติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ช่วยประคองกำลังซื้อและยอดขายของผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs แต่การช่วยให้ขายดีในวันนี้ยังไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องการสร้างโอกาสให้ธุรกิจ “แข่งขันได้ในวันพรุ่งนี้” โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญ
หนึ่งในนั้นคือ AI “นกกระซิบ” ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 3 เดือน ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” สามารถช่วยวิเคราะห์ยอดขาย แนวโน้มรายได้ วางแผนธุรกิจ รวมถึงเปรียบเทียบผลประกอบการกับร้านค้าใกล้เคียงหรือร้านประเภทเดียวกัน
ก้าวสำคัญครั้งนี้ คือการนำข้อมูลยอดขายที่เกิดขึ้นจริงมาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อแก้ปัญหาผู้ประกอบการที่แม้จะ “มีรายได้จริง ลูกค้าจริง ยอดขายจริง” แต่ไม่สามารถแสดงหลักฐานทางการเงินในรูปแบบที่ธนาคารต้องการได้เพียงพอ ส่งผลให้ธุรกิจที่มีศักยภาพจำนวนหนึ่งยังเข้าไม่ถึงเงินทุนในระบบ
ด้านนายวินิจ กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ประสานสถาบันการเงินพัฒนาโครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” โดยข้อมูลยอดขายจากแอป “ถุงเงิน” รวมถึงยอดขายผ่านมาตรการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทย พลัส และคนละครึ่ง พลัส สามารถนำมาเป็นข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้
สำหรับสินเชื่อที่เข้าร่วมโครงการ มีผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย เปิด “สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก” สำหรับร้านค้าที่ใช้ AI นกกระซิบ วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.5% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก และ “สินเชื่อสิบหมื่น” สำหรับพ่อค้าแม่ค้าถุงเงิน วงเงินสูงสุด 500,000 บาท ดอกเบี้ยเริ่มต้น 11% ต่อปี ผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 500 บาท โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ
ขณะที่ ธนาคารออมสิน เปิดสินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย นำข้อมูลยอดขายและประวัติรับชำระผ่าน QR มาประกอบการประเมินเครดิต วงเงินสูงสุด 50,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน ไม่ใช้หลักประกัน และไม่คิดค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ
ส่วน บสย. เข้ามาช่วยผู้ประกอบการที่ขาดหลักประกันหรือผู้ค้ำ ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “นาโนพลัส” และ “เครดิตพลัส” วงเงินค้ำประกันตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาทต่อราย ตามประเภทโครงการ ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 1% ต่อปี พร้อมยกเว้นค่าดำเนินการและค่าธรรมเนียมออกหนังสือค้ำประกัน
นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ยังเตรียมผลิตภัณฑ์สินเชื่อภายใต้โครงการเดียวกัน เพื่อรองรับทั้งเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง และขยายกิจการ
โครงการนี้จึงถือเป็นการขยับจากการใช้ AI เพียงแค่ “ช่วยดูยอดขาย” ไปสู่การใช้ข้อมูลจริงเป็น “กุญแจเปิดประตูสินเชื่อ” หวังดึงผู้ประกอบการรายเล็กที่เคยติดกำแพงเอกสาร ให้มีโอกาสเข้าถึงเงินทุนในระบบมากขึ้น
