
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.52 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.45 บาทต่อดอลลาร์
โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงและแกว่งตัวเหนือโซนแนวรับหลัก 35.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในช่วง 35.42-35.68 บาทต่อดอลลาร์) หลังรายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทอาจแกว่งตัว sideway ใกล้โซนแนวรับหลัก 35.50 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา โดยในระหว่างวัน ควรระวังความผันผวนจากฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีโอกาสหาจังหวะทยอยขายทำกำไรการรีบาวด์แรงของหุ้นไทยได้บ้าง ขณะที่ฟันด์โฟลว์ในฝั่งตลาดบอนด์ อาจยังพอมีโอกาสได้ลุ้นว่า นักลงทุนต่างชาติยังเดินหน้าซื้อบอนด์ไทยต่อได้บ้าง นอกจากนี้ ทิศทางราคาทองคำก็เป็นอีกปัจจัยที่อาจกระทบต่อเงินบาทได้เช่นกัน โดยในกรณีที่ ราคาทองคำ สามารถรีบาวด์ขึ้นจากโซนแนวรับ 1,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สู่ระดับแนวต้านระยะสั้นใกล้ 1,980 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผู้เล่นในตลาดก็อาจทยอยขายทำกำไรได้ ในทางกลับกัน หากราคาทองคำย่อตัวลงต่อเนื่องหลุดโซนแนวรับดังกล่าว และย่อตัวลงใกล้ระดับ 1,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก็อาจเห็นแรงซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวกลับมาอีกครั้ง กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าได้บ้าง
ทั้งนี้ หากเงินบาทแข็งค่าหลุดโซนแนวรับหลัก 35.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ เราประเมินว่า โซนแนวรับถัดไป อาจอยู่ในช่วง 35.30 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากเงินบาทกลับมาอ่อนค่าลง เราประเมินว่า เงินบาทก็อาจติดโซนแนวต้านแถว 35.80 บาทต่อดอลลาร์
ในช่วงนี้ ทุกสินทรัพย์ยังอยู่ในช่วงเผชิญความผันผวนสูง ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และนอกเหนือจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว การเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.45-35.70 บาท/ดอลลาร์
