
กมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เปิดเวที “ตาสว่างสร้างบุญ” ที่อุดรธานี ปลุกประชาชนรู้ทันสารพัดกลโกงออนไลน์ ย้ำ “มีสติ-ตรวจสอบก่อนเชื่อ-ไม่รีบโอน” คือเกราะสำคัญป้องกันเงินหาย
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ที่วัดประดู่คำธนาตรนิมิตร ต.หนองขอนกว้าง อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนาเรื่อง “ตาสว่างสร้างบุญ รู้ทันมิจฉาชีพออนไลน์ : เสริมสร้างคุณธรรม และภูมิคุ้มกันสังคมไทย” ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภัยออนไลน์ที่กำลังกลายเป็นปัญหาใกล้ตัวและสร้างความเสียหายในวงกว้าง

การสัมมนาครั้งนี้ นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร กรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ได้รับมอบหมายจากนางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ให้เป็นประธานในพิธี
นางหทัยรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางโลกดิจิทัลที่มิจฉาชีพพัฒนากลโกงใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลอกลงทุน หลอกให้โอนเงิน ส่งลิงก์ปลอม หลอกลวงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ไปจนถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ สร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและการดำเนินชีวิตของประชาชน

คณะกรรมาธิการฯ จึงต้องการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนัก เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยดังกล่าว โดยนำหลักคุณธรรม “สติและความรอบคอบ” มาเป็นอีกหนึ่งเกราะป้องกันตัว ลดโอกาสตกเป็นเหยื่อ พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและมีความรับผิดชอบ
สาระสำคัญของเวทียังเน้นย้ำหลักง่าย ๆ ที่ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้ทันที คือ เมื่อได้รับข้อความ โทรศัพท์ หรือลิงก์ที่ผิดสังเกต อย่ารีบเชื่อ อย่ารีบตัดสินใจ และอย่ารีบโอนเงิน แต่ควรตั้งสติและตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนเสียก่อน เพราะเพียงเสี้ยวนาทีของความประมาท อาจเปิดช่องให้มิจฉาชีพฉกเงินหรือข้อมูลสำคัญไปได้

ภายในงานยังเปิดโอกาสให้ประชาชนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับภัยออนไลน์ที่พบในชีวิตประจำวัน ทำให้คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังทั้งปัญหา รูปแบบการหลอกลวง และข้อจำกัดในการป้องกันตัวจากคนในพื้นที่โดยตรง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและพัฒนาแนวทางสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนได้ตรงกับสถานการณ์มากขึ้น
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและเป็นกันเอง สะท้อนว่าภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ประชาชนต่างให้ความสำคัญกับการเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะการมีสติ ตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อหรือโอนเงิน และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยขาดความระมัดระวัง

คณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า ผลจากการสัมมนาและความคิดเห็นของประชาชนจะนำไปประกอบการศึกษา เพื่อพัฒนาแนวทางส่งเสริมคุณธรรม ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้แก่ประชาชน เพราะในวันที่กลโกงมิจฉาชีพเปลี่ยนรูปแบบได้ตลอดเวลา “ความรู้ บวกสติ” คือด่านแรกที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ และเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างสังคมไทยให้ปลอดภัยและรู้เท่าทันภัยในยุคดิจิทัล
