ทลายแก๊งวัยรุ่นสร้างตัวรับจ้างขน’เคตามีน’ริมโขง 200 กก.หวังเงินเที่ยวสงกรานต์

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 21 ในฐานะผู้บังคับการชุดเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 เปิดเผยผลการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดครั้งสำคัญในพื้นที่ชายแดนจังหวัดนครพนม หลังสั่งการให้กำลังพลภายใต้การนำของ ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยฉก.ทพ.2101 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าจู่โจมตรวจค้นและจับกุมขบวนการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ได้สำเร็จ

ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านแพงใต้ หมู่ 11 ตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม หลังเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ววางกำลังซุ่มเฝ้าตรวจ จนพบความเคลื่อนไหวของรถยนต์ต้องสงสัยขับออกจากพื้นที่ชายแดน ก่อนจะไปจอดพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบรถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ปาเจโร่ ทะเบียน กท 3588 อุบลราชธานี ภายในรถบรรทุกกระสอบต้องสงสัยจำนวน 4 กระสอบ เมื่อเปิดตรวจสอบพบเป็นยาเคตามีน หรือ “ยาเค” บรรจุเป็นห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 200 กิโลกรัม

พร้อมกันนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 4 ราย เป็นเยาวชนและวัยรุ่นจากจังหวัดมุกดาหาร ประกอบด้วย นายพชรพล อายุ 20 ปี น.ส.อนุชิตา อายุ 18 ปี นายณัฐพงค์ อายุ 20 ปี และนายพิสิษฐ์ อายุ 24 ปี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายทุนผ่านการแนะนำของเพื่อน ให้ทำหน้าที่ขับรถลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยจะมีเครือข่ายมารับช่วงต่ออีกทอดหนึ่ง แลกกับค่าจ้างจำนวน 300,000 บาท โดยตั้งใจนำเงินไปใช้จ่ายท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่า “เคตามีน” เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 ที่กำลังแพร่ระบาดในกลุ่มนักเที่ยวและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในสถานบันเทิง มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 200,000 บาท ซึ่งสูงกว่ายาไอซ์หลายเท่าตัว ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดมืด

สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนจังหวัดนครพนมยังคงน่าเป็นห่วง โดยสถิติการจับกุมในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา สามารถยึดยาบ้าได้มากกว่า 25 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 3 ตัน และเคตามีนมากกว่า 2 ตัน สะท้อนถึงการทะลักของยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ยกระดับมาตรการเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันการลักลอบลำเลียงและแพร่ระบาดในพื้นที่ชั้นในของประเทศ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลติดตามเครือข่ายนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าว/ภาพ : พัฒนพงษ์ ศรีเพียชัย ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม