
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2569 ทายาทและสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สตรีอำเภอพลับพลาชัย จังหวัดบุรีรัมย์ รวมตัวนำหลักฐานการแจ้งความที่ สภ.พลับพลาชัย พร้อมเอกสารการเป็นสมาชิกและเอกสารแสดงสิทธิทายาท ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังสมาคมถูกยุบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 จากกรณีประธานและเจ้าหน้าที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินไปใช้ส่วนตัว
แม้เวลาจะผ่านมากว่า 3 ปี แต่จนถึงขณะนี้ เงินสงเคราะห์ศพของสมาชิกที่เสียชีวิตกว่า 170 ราย เฉลี่ยรายละกว่า 80,000 บาท ยังไม่ได้รับการจ่ายคืน สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต หลายรายต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำมาจัดงานศพ ทั้งที่ตั้งใจสมัครเป็นสมาชิกเพื่อแบ่งเบาภาระในวันสุดท้ายของชีวิต
ไม่เพียงแต่ครอบครัวผู้เสียชีวิต สมาชิกอีกกว่า 4,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ยังต้องสูญเงินที่ส่งล่วงหน้าและค่าบำรุงสมาคมมานานหลายปี รายละหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท โดยไม่มีความชัดเจนว่าจะได้รับเงินคืนหรือไม่

“ส่งเงินมาตลอด แต่พอพ่อเสียกลับไม่ได้สักบาท”
นางวิชุดา เปรื่องวิชา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นผู้ดำเนินการส่งเงินสงเคราะห์ศพให้บิดามารดาตั้งแต่ปี 2559 จ่ายมาโดยตลอด กระทั่งวันที่ 8 มิ.ย. 2566 บิดาเสียชีวิต จึงไปยื่นเรื่องขอรับเงินตามขั้นตอน แต่คณะกรรมการในขณะนั้นขอเลื่อนจ่ายออกไปครั้งแล้วครั้งเล่า โดยอ้างว่าไม่มีเงิน
“ครบสัปดาห์ก็ไปตาม เขาก็เลื่อนอีก บอกว่ายังไม่มีเงิน สุดท้ายไม่ได้แม้แต่บาทเดียว” นางวิชุดากล่าว พร้อมระบุว่า หลังจากนั้นพบว่าสมาชิกอีกจำนวนมากก็ไม่ได้รับเงินเช่นเดียวกัน บางรายได้เพียงหลักพันบาท ก่อนที่ต่อมาจะมีการยุบสมาคมและแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกเงิน

นางวิชุดา ยืนยันว่า ยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และหวังว่าจะสามารถนำเงินที่สมาชิกทุกคนส่งสะสมมานานหลายปี กลับคืนสู่ผู้ที่ควรได้รับ เพราะการยุบสมาคมเกิดจากการกระทำผิดของผู้บริหาร ไม่ใช่ความผิดของสมาชิก
ปัจจุบันมีการจัดตั้งสมาคมขึ้นใหม่ เปลี่ยนนายกสมาคม กรรมการ และเจ้าหน้าที่ทั้งหมด โดยนางวิชุดาได้รับเลือกเป็นกรรมการชุดใหม่ พร้อมยืนยันจะบริหารงานด้วยความโปร่งใส และไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก เนื่องจากมารดาของตนยังคงเป็นสมาชิกอยู่

ต้องกู้เงินจัดงานศพ ทั้งที่จ่ายครบทุกงวด
ด้านนางมะลิ นิจิต อายุ 56 ปี กล่าวว่า มารดาและน้องชายสมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 2549 โดยตนเป็นผู้รับผิดชอบส่งเงินมาตลอด กระทั่งปี 2566 น้องชายเสียชีวิต แต่กลับไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ เพราะเกิดกรณียักยอกจนสมาคมถูกยุบ
“เวลาส่งเงิน ลำบากแค่ไหนก็ต้องหาให้ทันกำหนด แต่พอถึงเวลาจะได้รับ กลับไม่ได้สักบาท ต้องไปหยิบยืมเงินมาจัดงานศพ” นางมะลิกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ผู้ที่ยักยอกเงินออกมารับผิดชอบ และนำเงินมาคืนสมาชิกทุกคน

คดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวมีการแจ้งความไว้ที่ สภ.พลับพลาชัย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ท่ามกลางความหวังริบหรี่ของผู้สูงอายุหลายพันชีวิต คำถามที่ยังไร้คำตอบคือ เงินที่สมาชิกสะสมมาทั้งชีวิตจะได้คืนเมื่อใด และใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
ข่าว/ภาพ : สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์

