
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 จังหวัดภูเก็ตเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ กระทบการสัญจรของประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งเฝ้าติดตามสถานการณ์และระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย อำเภอเมืองภูเก็ต ได้แก่ บริเวณอุโมงค์โลตัสสามกองขาออก สามแยกท่าแครง และถนนเจ้าฟ้าฝั่งตะวันออกก่อนถึงวัดเทพนิมิตร ซึ่งมีน้ำท่วมขังเต็มผิวการจราจรทั้งสองเลน เจ้าหน้าที่แนะนำให้รถขนาดเล็กเพิ่มความระมัดระวัง และผู้ใช้รถใช้ถนนควรลดความเร็วเพื่อความปลอดภัย

ส่วนอำเภอกะทู้ พบจุดน้ำท่วมขังบริเวณวงเวียนโลมาป่าตอง และบริเวณแยกไสน้ำเย็นไปยังโรงพยาบาลป่าตอง ขณะที่อำเภอถลาง มีน้ำท่วมขังเป็นช่วง ๆ บนถนนเทพกระษัตรีขาออก ส่งผลให้การจราจรเคลื่อนตัวได้ช้ากว่าปกติ
เวลา 10.30 น. นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำบริเวณสถานีสูบน้ำในเขตเทศบาลนครภูเก็ต โดยเฉพาะพื้นที่คลองท่าแครง พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่งานศูนย์จักรกล สำนักช่าง เดินเครื่องสูบน้ำอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งระบายน้ำจากคลองท่าแครงเข้าสู่พื้นที่แก้มลิงขุมน้ำสวนหลวง หลังฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วงเช้า ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากการตรวจสอบพบว่า ปริมาณน้ำในคลองบางใหญ่ ช่วงไหลผ่านสถานีสูบตะกั่วป่า สะพานออมสิน และย่านเมืองเก่าภูเก็ต ยังสามารถระบายน้ำได้ตามปกติ น้ำไหลได้คล่องตัวและยังไม่พบภาวะน้ำล้นตลิ่ง
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายนิติ เพ็ชรประดับสกุล เลขานุการนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ สำนักปลัดเทศบาล และเจ้าหน้าที่งานศูนย์จักรกล สำนักช่าง ร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นายศุภโชคได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำสถานีสูบน้ำทั้ง 9 แห่ง เตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรับมือได้ทันทีหากเกิดฝนตกหนักเพิ่มเติม หลังศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในช่วงวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2569
ขณะเดียวกัน เทศบาลนครภูเก็ตยังได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยประชาชนในเขตเทศบาลที่ต้องการกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำเข้าบ้าน สามารถติดต่อขอรับได้ที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครภูเก็ต โทรศัพท์ 0-7621-1111, สายด่วน 199 หรือสายด่วนเทศบาล 1132 ตลอดเวลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักที่ยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข่าว/ภาพ : อชัถยา ชื่นนิรันดร์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต





