
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องประชุมมโนรมย์ ชั้น 5 อาคารมโนรมย์ โรงพยาบาลมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เต็มไปด้วยรอยยิ้มและแววตาแห่งความหวังของผู้ป่วยต้อกระจกกว่า 200 คน ที่มาร่วมพิธีเปิด “โครงการรณรงค์คัดกรองและผ่าตัดต้อกระจกใส่เลนส์แก้วตาเทียม” โดยมี นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร คณะแพทย์ พยาบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
แพทย์หญิงนภาพร เกียรติดำรง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมุกดาหาร เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลมุกดาหารกับ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ในปีงบประมาณ 2569 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โรคต้อกระจกถือเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะตาบอดในประเทศไทย คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 70 โดยมักพบในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน การรักษาที่ได้ผลชัดเจนคือการผ่าตัดนำเลนส์ตาที่ขุ่นออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมแทน เพื่อฟื้นฟูการมองเห็น
จังหวัดมุกดาหารมีผู้สูงอายุเกือบ 60,000 คน กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำและพื้นที่เชิงเขา ซึ่งบางแห่งยังมีข้อจำกัดด้านการเดินทางเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โรงพยาบาลมุกดาหารจึงเดินหน้าเชิงรุก ลงพื้นที่คัดกรองผู้ป่วยในทั้ง 7 อำเภอ ระหว่างเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2569 พบผู้เข้าข่ายและสมัครใจเข้าร่วมโครงการจำนวน 266 ราย

จากนั้นได้จัดการผ่าตัดแบบเร่งรัดระหว่างวันที่ 20–21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลมุกดาหาร โดยได้รับการสนับสนุนจักษุแพทย์ ทีมสหวิชาชีพ เครื่องมือ และเวชภัณฑ์ จาก โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา ทำให้สามารถลดระยะเวลารอคอยผ่าตัดที่เคยยาวนานลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า โครงการนี้ไม่เพียงเป็นการรักษาโรค แต่คือการคืนคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงวัย “การผ่าตัดที่รวดเร็ว ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นโลกได้ชัดอีกครั้ง ลดภาระของครอบครัว และสร้างรอยยิ้มให้ทั้งผู้ป่วยและญาติ”

หลายครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการเผยความรู้สึกตรงกันว่า การได้กลับมามองเห็นหน้าลูกหลานชัดเจนอีกครั้ง คือของขวัญล้ำค่าในช่วงบั้นปลายชีวิต
จังหวัดมุกดาหารยืนยันเดินหน้าสนับสนุนโครงการด้านสาธารณสุขเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงได้เข้าถึงการรักษาอย่างเท่าเทียม และไม่ต้องปล่อยให้ “ความมืด” พรากคุณภาพชีวิตไปจากผู้สูงวัยอีกต่อไป
ข่าว/ภาพ : อนุศักดิ์ แสนวิเศษ ผู้สื่อข่าวจังหวัดมุกดาหาร



