แก๊งมาเลย์แตกฮือทิ้งรีสอร์ตหนีกระเจิงหลังเพื่อนโดนรวบไอซ์ 440 กก.

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย พล.ต.ต.กานต์ ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวมาเลเซีย หลังขยายผลตรวจยึดยาไอซ์ได้เพิ่มอีก 44 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหาชาวมาเลเซียได้ 1 ราย คือ นายจีวา ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 44 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 44 กิโลกรัม และรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้อ ISUZU MU-X ทะเบียนกรุงเทพมหานคร 1 คัน

พล.ต.ต.พิทักษ์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ บช.ปส.ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม บุกจับเครือข่ายยาเสพติดชาวมาเลเซียได้ 5 คน พร้อมยาไอซ์จำนวนมหาศาลกว่า 440 กิโลกรัม ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองนครปฐม ก่อนเร่งขยายผลติดตามเครือข่ายที่ยังหลบหนี

กระทั่งตำรวจได้รับเบาะแสจากเจ้าของ “ธัญยธรณ์ รีสอร์ต” ในพื้นที่ อ.กำแพงแสน ว่ามีชายชาวมาเลเซีย 4 คน ขับรถ SUV มาเปิดห้องพัก 2 ห้อง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 พฤษภาคม แต่เพียง 20 นาทีหลังเช็กอิน กลุ่มชายดังกล่าวกลับรีบเดินทางออกจากรีสอร์ตอย่างมีพิรุธ และไม่ย้อนกลับมาอีกเลย โดยทิ้งรถ MU-X ไว้หน้าห้องพัก

หลังรับแจ้ง ตำรวจชุดสืบสวนได้เฝ้าสังเกตการณ์ต่อเนื่อง แต่ไม่พบความเคลื่อนไหว กระทั่งวันที่ 16 พฤษภาคม จึงขอหมายค้นเข้าตรวจสอบห้องพักและรถยนต์คันดังกล่าว

เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดรถออกตรวจค้น ก็ต้องตะลึง หลังพบยาไอซ์บรรจุอยู่ภายในรถจำนวน 44 ห่อ น้ำหนักรวมประมาณ 44 กิโลกรัม ซุกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเร่งประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมด

ต่อมาวันที่ 17 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด่านสะเดา จังหวัดสงขลา แจ้งว่าพบตัว MR.JEEVA กำลังดำเนินการเดินทางออกนอกประเทศกลับมาเลเซีย จึงควบคุมตัวไว้ ก่อนประสานตำรวจนครปฐมเข้ารับตัวดำเนินคดี

จากการสอบสวน นายจีวาให้การรับสารภาพว่า กลุ่มของตนเป็นเครือข่ายเดียวกับแก๊งชาวมาเลเซียที่ถูกจับพร้อมยาไอซ์ 440 กิโลกรัมก่อนหน้านี้ โดยพวกตนอีก 4 คนได้แยกมาพักที่รีสอร์ตใน อ.กำแพงแสน พร้อมขนยาไอซ์ติดรถมาด้วยจำนวน 44 กิโลกรัม แต่หลังทราบข่าวว่าเพื่อนร่วมขบวนการถูกจับกุมทั้งหมด ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าตำรวจจะขยายผลมาถึงตัว จึงรีบแยกย้ายกันหลบหนีเอาตัวรอด ทิ้งรถและยาเสพติดไว้ในรีสอร์ต ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งอีก 3 คนยังไม่ทราบว่า หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ใด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ พร้อมขยายผลถึงเส้นทางลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติที่เชื่อมโยงเครือข่ายในหลายประเทศต่อไป