
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านต้มเลือดหมู “ใบยา” ต.บางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังได้รับแจ้งจาก “พี่ธรรม” อายุ 43 ปี พนักงานประจำร้าน ว่า ทางร้านถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ “น้ำมันพืชใช้แล้ว” จำนวน 2 ปี๊บ หรือประมาณ 20–30 ลิตร ซึ่งสามารถนำไปขายต่อได้ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา และได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.บางศรีเมือง

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าเมื่อเวลา 07.39 น. ของวันเกิดเหตุ คนร้ายเป็นชายรูปร่างท้วม สวมเสื้อแจ็กเก็ตแขนยาวสีดำ กางเกงขายาว และหมวกกันน็อกสีขาว ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาว โดยมีการปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนอย่างมิดชิด ก่อนจะจอดรถด้านหลังร้าน

คนร้ายถือถังสีเหลืองเดินเข้ามาภายในร้านอย่างไม่รีรอ ก่อนตักน้ำมันพืชใช้แล้วของทางร้านใส่ถัง และขนออกไปอย่างใจเย็น จากนั้นยังย้อนกลับมาเปิดน้ำล้างมือภายในร้านอย่างไม่สะทกสะท้าน สร้างความตกตะลึงให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก โดยพฤติการณ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าคนร้ายน่าจะรู้เส้นทางเข้า-ออกของร้านเป็นอย่างดี และอาจเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง

พี่ธรรม เปิดเผยว่า หลังจากร้านหยุดขาย 1 วัน เมื่อวันที่ 19 มี.ค. และกลับมาเปิดตามปกติ พนักงานภายในร้านสังเกตว่าน้ำมันพืชใช้แล้วหายไปอย่างผิดปกติ จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพบเหตุการณ์ดังกล่าว โดยน้ำมันที่ถูกขโมยไปมีปริมาณประมาณ 20–30 ลิตร คิดเป็นมูลค่าราว 400 บาท

“แถวนี้มีหลายร้านโดนขโมยน้ำมันพืชใช้แล้วเหมือนกัน ปีที่แล้วร้านเราก็เคยโดน แต่ไม่ได้แจ้งความ ครั้งนี้เลยตัดสินใจแจ้ง เพราะมันเริ่มหนักขึ้น” พี่ธรรม กล่าว
ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังฝากถึงคนร้ายว่าอย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้คนทำมาหากิน แม้แต่น้ำมันเก่าที่เคยเป็นของเหลือทิ้ง วันนี้กลับมีมูลค่าในยุคข้าวยากหมากแพง จนกลายเป็นเป้าหมายของโจร พร้อมวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุม และขอให้สื่อมวลชนช่วยสะท้อนปัญหาเพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ประกอบการรายอื่น

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนภาพสังคมในช่วงเศรษฐกิจตึงตัว ที่แม้แต่ของเหลืออย่าง “น้ำมันใช้แล้ว” ยังกลายเป็นทรัพย์สินมีค่า และตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรรมที่ทวีความถี่มากขึ้นอย่างน่ากังวล
ภาพ/ข่าว : ฉัตรมงคล สิงห์โต ผู้สื่อข่าวจังหวัดนนทบุรี


