
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังดาวเทียมระบบ VIIRS (Suomi NPP) ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspots) มากถึง 12 จุด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ “ป่าแม่ปายฝั่งซ้าย” พื้นที่บ้านใหม่ หมู่ 5 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง
ทันทีที่ได้รับสัญญาณเตือน เจ้าหน้าที่จากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน นำกำลังร่วมกับหน่วยป้องกันรักษาป่า และชุด “เหยี่ยวไฟ” รวมถึงผู้นำชุมชนและชาวบ้าน รวม 19 นาย เร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า

พบไฟป่ากำลังลุกไหม้บริเวณใกล้สถานปฏิบัติธรรมกองมูเก่า บ้านชานเมือง เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ตั้งแต่เวลา 09.00 น. และสามารถสกัดเพลิงไว้ได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง เพลิงสงบลงในเวลา 10.00 น. เบื้องต้นพบพื้นที่ป่าเสียหายราว 5 ไร่ เป็นป่าเต็งรัง ขณะที่สาเหตุของการเกิดไฟยังไม่สามารถระบุได้
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสำเร็จในการควบคุมไฟป่า กลับมี “อีกเปลวไฟ” ที่กำลังลุกลามไม่แพ้กัน คือความไม่พอใจของชาวชนเผ่าในพื้นที่
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่าทั่วประเทศอย่างเข้มข้น โดยสั่ง “ปิดป่า” ในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด ห้ามบุคคลเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมกำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

คำสั่งดังกล่าว แม้มีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งไฟป่าและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงในหมู่ชาวชนเผ่าที่อาศัยอยู่กับป่า
แหล่งข่าวจากชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนเสียงอย่างเจ็บปวดว่า “การห้ามเข้าป่า เท่ากับห้ามพวกเขาหากิน”
เนื่องจากวิถีชีวิตของชาวชนเผ่าในแม่ฮ่องสอน ยังคงพึ่งพิงทรัพยากรจากป่าเป็นหลัก โดยเฉพาะการเก็บหาพืชผักตามธรรมชาติมาประกอบอาหารในแต่ละวัน ซึ่งแตกต่างจากชีวิตในเมืองที่สามารถซื้อหาอาหารได้สะดวก

“บนดอยไม่มีตลาด ไม่มีร้านสะดวกซื้อ เช้าต้องเข้าป่าเพื่อหาอาหาร ถ้าปิดป่า แล้วเราจะกินอะไร” เสียงสะท้อนจากชาวบ้านรายหนึ่งกล่าว
ยิ่งไปกว่านั้น ชาวชนเผ่ายังยืนยันว่า พื้นที่ที่พวกเขาอยู่อาศัย กลับเป็นพื้นที่ที่เกิดไฟป่าน้อย เนื่องจากชุมชนช่วยกันดูแลรักษาป่า ไม่ให้มีการลักลอบเผาทำลาย
สถานการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียง “ไฟป่า” ที่ต้องดับ แต่ยังเป็น “ไฟในใจคน” ที่กำลังลุกโชน จากความขัดแย้งระหว่างมาตรการรัฐกับวิถีชีวิตของผู้คนบนผืนป่า

และคำถามสำคัญยังคงค้างคา ระหว่าง “การปกป้องป่า” กับ “การปกป้องชีวิตคน” รัฐจะหาทางออกอย่างไร ก่อนที่ทุกอย่างจะลุกลามเกินควบคุม…
ข่าว/ภาพ ; ทศพล บุญพัฒน์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน


